Connect to DB
..........................หัวข้อ : "ที่พึ่งทางใจของวัยรุ่น"
..........................เหตุผลและที่มาของการสำรวจ :
...............................วัยรุ่นเป็นวัยแห่งการเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านร่างกายและสภาพจิตใจ เป็นวัยที่เริ่มผละจากอกพ่อแม่ไปเรียนรู้โลกภายนอก
.........................ต้องตัดสินใจบางอย่างด้วยตัวเอง จึงเป็นวัยที่ต้องการคำปรึกษาชี้นำ และที่พึ่งพิงปรับทุกข์ในยามที่ต้องเผชิญกับปัญหาหรือ
.........................ความสับสน ในขณะที่ครอบครัวไทยยุคใหม่มีลักษณะเป็นครอบครัวเดี่ยวที่ว้าเหว่มากขึ้น เนื่องจากขาดปู่ย่าตายายคอยชี้แนะ
.........................ปลอบประโลมแก่ลูกหลานในยามที่พ่อแม่ต้องออกไปทำงานหาเลี้ยงชีพนอกบ้าน ประกอบกับสภาพสังคมในปัจจุบันที่ตกอยู่ใน
.........................กระแสวัตถุนิยม เน้นการแก่งแย่งแข่งขันและเอาตัวรอด ส่งผลให้วัยรุ่นไทยต้องประสบกับปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหา
.........................ด้านการเรียน การคบเพื่อน ปัญหาสุขภาพจิต ความรุนแรง การฆ่าตัวตาย ปัญหายาเสพติด และปัญหาทางเพศ ที่นับวันจะเพิ่ม
.........................มากขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าวหลักคำสอนของศาสนาน่าจะเป็นเสาหลักต้นหนึ่งให้วัยรุ่นสามารถใช้เกาะยึด
.........................เป็นที่พึ่งทางใจได้เป็นอย่างดี
...............................ศูนย์วิจัยกรุงเทพโพลล์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพจึงดำเนินการสำรวจปัญหาและสาเหตุของปัญหาความเครียดที่วัยรุ่นกำลัง
.........................เผชิญอยู่ในปัจจุบัน ที่พึ่งพิงทางใจในยามที่เผชิญกับปัญหา และการนำหลักธรรมคำสอนของศาสนามาใช้แก้ปัญหาของวัยรุ่น
..........................วัตถุประสงค์ของการสำรวจ :

..............................เพื่อทราบข้อมูลและความคิดเห็นของวัยรุ่นไทยในประเด็นต่อไปนี้
....................................• ปัญหาและสาเหตุของปัญหาที่ทำให้วัยรุ่นเกิดความเครียด และเป็นทุกข์
....................................• ที่พึ่งในยามที่มีความทุกข์
....................................• ความเป็นไปได้ในการนำหลักคำสอนของศาสนามาใช้แก้ปัญหาความทุกข์ของวัยรุ่น
....................................• แนวทางในการนำหลักคำสอนของศาสนามาใช้แก้ปัญหาความทุกข์ของวัยรุ่น

..........................ระเบียบวิธีการสำรวจ :
......................................การสุ่มตัวอย่าง

.............................................การสำรวจใช้วิธีสุ่มตัวอย่างประชากรที่มีอายุตั้งแต่ 15-22 ปี ที่อาศัยอยู่ในแต่ละภาคของประเทศ รวม 8 จังหวัด
.........................ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ เชียงใหม่ อุบลราชธานี จันทบุรี และสงขลา ได้ตัวอย่างทั้งสิ้นจำนวน
.........................1,850 คน เป็นชายร้อยละ 44.1 หญิงร้อยละ 55.9
.............................................กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 24.3 กำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษา ร้อยละ 24.5 ศึกษาในระดับ ปวช./ปวส. ร้อยละ 31.9
.........................ศึกษาในระดับปริญญาตรี และร้อยละ 19.2 ไม่ได้ศึกษาแล้ว
.............................................กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 47.4 อาศัยอยู่กับพ่อและแม่ ร้อยละ 21.2 อยู่กับเพื่อน ร้อยละ 9.9 อยู่กับญาติผู้ใหญ่ ร้อยละ 8.1
.........................อยู่กับแม่ ร้อยละ 4.3 อยู่กับพ่อ ร้อยละ 4.1 อยู่กับญาติพี่น้องวัยเดียวกัน และร้อยละ 4.9 อาศัยอยู่กับบุคคลอื่น เช่น คนรัก
.........................และอยู่หอพักคนเดียว

..........................ความคลาดเคลื่อน (Margin of Error) : ในการประมาณการขนาดตัวอย่างใช้ความคลาดเคลื่อน +- 5 % ที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
..........................วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล : .การเก็บข้อมูลใช้แบบสอบถาม และสัมภาษณ์ความคิดเห็นของประชากรเป้าหมายที่สุ่มได้
.................................................................ในเรื่อง "ที่พึ่งทางใจของวัยรุ่น"
..........................ระยะเวลาในการเก็บข้อมูล : .9 - 17 พฤศจิกายน 2547
..........................วันที่เผยแพร่ข้อมูล : .23 พฤศจิกายน 2547
..........................สำรวจโดย : ศูนย์วิจัยกรุงเทพโพลล์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ โทร. 0-2350-3500 ต่อ 1776  http://research.bu.ac.th/poll/poll_list.php
..........................ผลการสำรวจ :
....................................1. ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมามีปัญหาที่ทำให้รู้สึกเครียด เป็นทุกข์ หรือวิตกกังวลบ้างหรือไม่ กลุ่มตัวอย่าง.ร้อยละ 87.5
..........................ระบุว่ามี ขณะที่ร้อยละ 12.5 ระบุว่าไม่มี
.........................................ทั้งนี้เมื่อแยกพิจารณาตามระดับการศึกษาพบว่า วัยรุ่นที่ศึกษาในระดับมัธยมศึกษามีปัญหาความเครียดและเป็นทุกข์
..........................มากที่สุด คือร้อยละ 89.3 รองลงมาคือกลุ่มที่ไม่ได้ศึกษาแล้ว ร้อยละ 87.9 ระดับปริญญาตรี ร้อยละ 87.5 และระดับ ปวช./ปวส.
..........................ร้อยละ 85.5

..........................

.........................................เมื่อแยกตามลักษณะการอยู่อาศัย พบว่า วัยรุ่นที่อยู่กับพ่อหรือแม่ที่แยกกันอยู่มีปัญหาความเครียดและเป็นทุกข์มากที่สุด
..........................โดยวัยรุ่นที่อยู่กับพ่อมีปัญหา ร้อยละ 91.3 อยู่กับแม่มีปัญหา ร้อยละ 90.7 อยู่กับเพื่อนมีปัญหา ร้อยละ 88.5 อยู่กับญาติผู้ใหญ่มีปัญหา
..........................ร้อยละ 87.0 อยู่กับพ่อและแม่มีปัญหาร้อยละ 86.9 อยู่กับญาติพี่น้องวัยเดียวกันมีปัญหา ร้อยละ 81.6 และอื่นๆ เช่นอยู่คนเดียวหรือ
..........................อยู่กับคนรักมีปัญหา ร้อยละ 86.8 ตามลำดับ

..........................

....................................2. เมื่อถามถึงปัญหาที่ทำให้เครียด และเป็นทุกข์ อันดับแรกคือ ปัญหาเรื่องการเรียน ร้อยละ 26.5 รองลงมา ได้แก่ปัญหาการเงิน
..........................ร้อยละ 20.1 ปัญหาเรื่องความรัก ร้อยละ 14.0 การคบเพื่อน ร้อยละ 11.0 ปัญหาครอบครัว ร้อยละ 9.9 ปัญหาสุขภาพ ร้อยละ 6.7
..........................ปัญหาการพนัน ร้อยละ 3.6 การไม่มีสิ่งของแบบที่คนอื่นมี ร้อยละ 3.4 ปัญหาเพศสัมพันธ์ ร้อยละ 2.1 ปัญหายาเสพติด ร้อยละ 1.7
..........................และอื่นๆ อีกร้อยละ 1.0



.........................................ทั้งนี้เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบระหว่างวัยรุ่นชายกับหญิงพบว่า ทั้งสองเพศมีความเครียดและเป็นทุกข์จากปัญหาด้าน
..........................การเรียนเป็นหลักและรองลงมาคือปัญหาด้านการเงินเหมือนกัน แต่ปัญหาอื่นๆที่เหลือนั้นเพศชายจะมีปัญหาด้านการพนัน เพศสัมพันธ์
..........................และปัญหายาเสพติดมากกว่า ในขณะที่เพศหญิงจะมีปัญหาด้านสุขภาพมากกว่า

....................................3. สำหรับสาเหตุของความทุกข์ ร้อยละ 33.1 บอกว่าเกิดจากการกระทำของตัวเอง ร้อยละ 17.7 เกิดจากการกระทำของผู้อื่น
..........................และร้อยละ 49.2 เกิดจากการกระทำของทั้งตัวเองและผู้อื่นร่วมกัน
.........................................ในส่วนของวัยรุ่นที่บอกว่าสาเหตุของความทุกข์เกิดจากการกระทำของตัวเอง ให้รายละเอียดว่าเกิดจากการขาดวินัย
..........................และความรับผิดชอบ ร้อยละ 30.1 ขาดการยั้งคิดหักห้ามใจ ร้อยละ 24.3 ประมาท/รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ร้อยละ 17.1 ดื้อรั้นต้องการเอาชนะ
.........................ร้อยละ 16.7 ด้อยความสามารถ ร้อยละ 9.8 และอื่นๆ เช่น ติดเพื่อนมากเกินไป และเอาแต่ใจตัวเอง อีกร้อยละ 2.0


........

.........................................ส่วนที่เกิดจากการกระทำของผู้อื่น ได้แก่ พ่อแม่ ร้อยละ 42.4 ครู/อาจารย์ ร้อยละ 33.2 และเพื่อน ร้อยละ 24.4
.........................................ในส่วนของวัยรุ่นที่บอกว่าสาเหตุของความทุกข์เกิดจากการกระทำของพ่อแม่ ให้รายละเอียดว่าเกิดจาก พ่อแม่คาดหวัง
.........................สูงเกินไปจนเกิดความกดดัน ร้อยละ19.8 ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของลูก ร้อยละ 15.0 ชอบดุด่าว่ากล่าวโดยไม่มีเหตุผล ร้อยละ 14.1
.........................ไม่มีเวลาดูแลเอาใจใส่ ร้อยละ 13.9 เข้มงวดมากเกินไป ร้อยละ 10.8 แสดงออกให้ลูกรู้ว่าลำบากในการส่งเสียเลี้ยงดู ร้อยละ 8.5
.........................ทะเลาะเบาะแว้งกัน ร้อยละ 8.2 รักลูกลำเอียง ร้อยละ 6.8 ทำร้ายร่างกาย ร้อยละ 1.1 และอื่นๆ อีกร้อยละ 1.5

.........

.........................................ส่วนที่เกิดจากครู/อาจารย์ ได้แก่ ครูให้ทำงานและการบ้านที่เกินความสามารถของลูกศิษย์ ร้อยละ 30.2 กดดันให้เกิด
.........................การแข่งขันด้านการเรียน ร้อยละ 23.8 ไม่ยุติธรรม ร้อยละ 18.5 ไม่รับฟังความเห็น ร้อยละ 14.7 ชอบดุประจานให้อับอาย
.........................ร้อยละ 9.6 ทำร้ายข่มขู่ ร้อยละ 1.3 และอื่นๆ อีกร้อยละ 1.8

.........

.........................................ส่วนที่เกิดจากเพื่อน ได้แก่ ถูกกลั่นแกล้งล้อเลียน ร้อยละ 40.3 ไม่ยอมคบหาหรือให้เข้ากลุ่ม ร้อยละ 23.7 ข่มขู่รีดไถ
.........................ร้อยละ 10.0 ทำร้ายร่างกาย ร้อยละ 6.6 และอื่นๆ เช่นชักชวนสู่อบายมุข เอาเปรียบ และแข่งขันชิงดีชิงเด่น อีกร้อยละ 19.3

..........................

....................................4. สำหรับที่พึ่งในยามมีความทุกข์ อันดับแรกได้แก่ เพื่อน ร้อยละ 30.9 รองลงไปคือ พ่อแม่ ร้อยละ 23.0 ตัวเอง ร้อยละ 20.5
.........................ญาติพี่น้อง ร้อยละ 7.0 อินเทอร์เน็ต ร้อยละ 4.8 ครู/อาจารย์ ร้อยละ 4.1 ศาสนา ร้อยละ 3.3 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ร้อยละ 3.2 ศูนย์ฮอตไลน์ต่างๆ
.........................ร้อยละ 0.9 และอื่นๆ เช่นยาเสพติด หนังสือการ์ตูน และคนรักอีกร้อยละ 2.3

........

....................................5. เมื่อถามว่าคิดว่าหลักคำสอนของศาสนาสามารถใช้เป็นทางออกในการแก้ปัญหาความทุกข์ของวัยรุ่นในปัจจุบันได้หรือไม่
.........................วัยรุ่น ร้อยละ 75.4 ตอบว่าได้ มีเพียง ร้อยละ 24.6 ที่ตอบว่าไม่ได้ โดยให้เหตุผลว่า เนื่องจากวัยรุ่นในปัจจุบันไม่เข้าใจหลักคำสอน
.........................ของศาสนาดีพอที่จะนำมาใช้แก้ปัญหาของตัวเอง ร้อยละ 14.0 หลักคำสอนของศาสนาที่เผยแพร่อยู่ไม่ตรงกับปัญหาของวัยรุ่นในปัจจุบัน
.........................ร้อยละ 9.2 และอื่นๆ ได้แก่ คำสอนของศาสนาเป็นเรื่องน่าเบื่อ และหมดศรัทธาในพระสงฆ์ อีกร้อยละ 1.4

....................................6. ส่วนคำถามที่ว่าการชี้แนะแนวทางในการนำหลักคำสอนของศาสนามาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาวัยรุ่นควรเป็น
.........................หน้าที่ของใคร ร้อยละ 32.8 ระบุว่าควรเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ รองลงมาได้แก่ครู/อาจารย์ ร้อยละ 26.7 พระ ร้อยละ 18.9 สื่อมวลชน
.........................ร้อยละ 15.3 และอื่นๆ อีกร้อยละ 6.3

....................................7. สำหรับแนวทางในการส่งเสริมให้นำหลักคำสอนของศาสนามาใช้แก้ปัญหาของวัยรุ่นนั้น ร้อยละ 27.1 ระบุว่า
.........................ควรกระตุ้นให้พ่อแม่นำหลักคำสอนของศาสนามาใช้แก้ปัญหาของตัวเองและครอบครัวเพื่อเป็นแบบอย่าง ร้อยละ 25.0
.........................ให้ใช้การชี้แนะปลูกฝังผ่านครูและระบบการศึกษา ร้อยละ 20.3 ให้ประยุกต์เนื้อหาและวิธีการเทศน์ของพระให้เข้ากับปัญหาของวัยรุ่น
.........................ร้อยละ 17.9 ให้สื่อมวลชนนำเสนอตัวอย่างของวัยรุ่นที่ใช้หลักคำสอนมาแก้ปัญหาของตัวเองได้สำเร็จ ร้อยละ 8.5
.........................ให้ย้ายเวลาของรายการธรรมะมาอยู่ในช่วงเวลาที่เหมาะสมกับวัยรุ่นและปรับรูปแบบของรายการให้น่าสนใจ ส่วนอีกร้อยละ 1.2
......................... เสนอแนวทางอื่นๆ เช่น การจัดกิจกรรมทางศาสนาในวันหยุดให้พ่อแม่พาลูกไปซึมซับหลักธรรมคำสอน สร้างกิจกรรมทางศาสนา
.........................ที่เข้าถึงวัยรุ่นและนำไปใช้ได้จริงๆ ให้พระที่วัยรุ่นรู้จักและศรัทธามาเทศน์ให้ฟัง ปรับเนื้อหาการเรียนวิชาศีลธรรมให้ทันยุค
.........................ไม่ใช่เน้นแต่ประวัติพระพุทธเจ้า ลดการนำเสนอข่าวเชิงลบแก่ศาสนาเพราะทำให้วัยรุ่นหมดศรัทธา และใช้การเผยแพร่หลักธรรมะ
.........................ผ่านบริการโทรศัพท์มือถือ

........
..........................บทสรุปและวิเคราะห์ :
.............................................ผลการสำรวจดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าในปัจจุบันวัยรุ่นไทยจำนวนมากกำลังประสบกับปัญหาความเครียด และเป็นทุกข์
.........................โดยมีปัญหาด้านการเรียนมาเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งก็คงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจนักเพราะระบบการศึกษาบ้านเราบีบคั้นให้ผู้เรียนจำเป็น
.........................ต้องแข่งขันชิงดีชิงเด่นกันมาแต่ไหนแต่ไร โดยคนที่เรียนเก่งเท่านั้นจึงจะได้รับโอกาสและเป็นที่ยอมรับของสังคมรอบข้าง ส่งผลให้
.........................พ่อแม่กดดันลูก ครูกดดันศิษย์ เพื่อนมุ่งเอาชนะเพื่อน เป็นบ่อเกิดแห่งความเครียดที่สำคัญของวัยรุ่น
.............................................แต่ที่น่าสนใจก็คือปัญหาด้านการเงินที่ตามมาติดๆ เป็นอันดับ 2 นั้นสะท้อนให้เห็นถึงค่านิยมและพฤติกรรมการ
.........................ใช้ชีวิตของวัยรุ่นในปัจจุบันว่าผูกติดอยู่กับวัตถุและเงินทองอย่างน่าเป็นห่วงยิ่ง เนื่องจากวัยรุ่นยังอยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียนโดยมีพ่อแม่
.........................ผู้ปกครองส่งเสียเลี้ยงดูเป็นส่วนใหญ่ จึงยังไม่ควรจะมีปัญหาด้านการเงินเข้ามาเกี่ยวข้องถึงขนาดทำให้เกิดความเครียดในชีวิตได้
.........................นอกเสียจากว่าพวกเขาจะมีค่านิยมผิดๆ ในการใช้ชีวิต เช่น ฟุ้งเฟ้อ นิยมวัตถุ ใช้จ่ายเกินตัว ข้องแวะอบายมุข หรือเที่ยวเตร่
.........................เป็นประจำเท่านั้น
.............................................นอกจากนี้ ผลการสำรวจยังแสดงให้เห็นถึงช่องว่างที่ห่างไกลระหว่างวัยรุ่นกับศาสนาที่ผู้เกี่ยวข้องควรจะต้องนำไป
.........................ขบคิดและแก้ไขอย่างเร่งด่วน ตราบใดที่ท่านทั้งหลายยังไม่มีทางออกอื่นใดที่ดีกว่าปัจจุบันในการแก้ปัญหาของวัยรุ่น ทั้งนี้
.........................หากเรายังคงยึดมั่นในหลักที่ว่ามนุษย์ควรมีศาสนาเป็นที่พึ่งพิงยึดเหนี่ยวจิตใจโดยเฉพาะในยามมีทุกข์ แต่ผลการสำรวจ
.........................กลับชี้ให้เห็นว่าศาสนาไม่ได้มีบทบาทเป็นที่พึ่งของวัยรุ่นอย่างที่ควรจะเป็น โดยมีบทบาทน้อยกว่าอินเทอร์เน็ตเสียด้วยซ้ำ
.........................ทั้งๆ ที่วัยรุ่นส่วนใหญ่ยังคงเชื่อว่าหลักคำสอนของศาสนาน่าจะเป็นทางออกในการแก้ปัญหาความทุกข์ของพวกเขาได้ ทั้งนี้
.........................ช่องว่างดังกล่าวน่าจะเกิดจากการที่วัยรุ่นขาดความรู้ความเข้าใจในหลักคำสอนของศาสนาอย่างถูกต้องเพียงพอที่จะนำไปใช้แก้
.........................ปัญหาของตัวเอง เนื่องจากขาดการชี้แนะและปลูกฝังจากผู้หลักผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้วัยรุ่นบางส่วนยังเห็นว่าหลักคำสอน
.........................ของศาสนาที่เผยแพร่อยู่ทุกวันนี้ไม่ตรงกับปัญหาของพวกเขา เข้าใจยาก เป็นเรื่องของคนแก่ และเน้นแต่เรื่องชาตินี้ชาติหน้าซึ่ง
.........................ไกลตัวเกินไป
.............................................ผลสำรวจดังกล่าวจึงน่าจะเป็นเครื่องกระตุ้นให้ฝ่ายต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา
.........................ต้องเร่งปรับปรุงเทคนิควิธีการเผยแพร่และปลูกฝังหลักธรรมคำสอนของศาสนาแก่วัยรุ่นอย่างขนานใหญ่ โดยต้องทำให้วัยรุ่น
.........................ตระหนักว่าแก่นแท้ในหลักธรรมคำสอนของศาสนาไม่ใช่เรื่องไกลตัว และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้กับคนทุกวัย ทั้งนี้แนวทาง
.........................ในการส่งเสริมที่เป็นข้อเสนอแนะจากวัยรุ่นก็คือ อยากให้พ่อแม่นำหลักคำสอนของศาสนามาใช้แก้ปัญหาของตัวเองและครอบครัว
.........................เพื่อเป็นแบบอย่างแก่ลูก ให้ครูสอดแทรกหลักคำสอนของศาสนาไปกับกิจกรรมการเรียนการสอน ประยุกต์เนื้อหาและวิธีการเทศน์ของพระ
.........................ให้เข้าใจง่ายและตรงกับปัญหาของวัยรุ่นมากกว่าจะมุ่งเทศน์เพื่อให้คนทำบุญด้วยเงินทองและวัตถุ ให้สื่อมวลชนนำเสนอตัวอย่าง
.........................ของวัยรุ่นที่ใช้หลักคำสอนของศาสนามาแก้ปัญหาได้สำเร็จ ย้ายเวลาของรายการธรรมะให้มาอยู่ในช่วงที่เหมาะสมกับวัยรุ่นและปรับ
.........................รูปแบบของรายการให้น่าสนใจ อย่านำเสนอข่าวในเชิงลบต่อศาสนามากนักเพราะทำให้วัยรุ่นหมดศรัทธา ควรมีกิจกรรมทางศาสนา
.........................ในวันหยุดที่เหมาะสำหรับให้พ่อแม่พาลูกไปซึมซับหลักธรรมคำสอน และใช้การเผยแพร่หลักธรรมคำสอนผ่านบริการโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น
.............................................แม้จะเป็นข้อเสนอที่ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากหลายฝ่ายและคงต้องอาศัยเวลาไม่น้อยกว่าจะเห็นผล แต่ด้วยสภาพ
.........................ของสังคมและครอบครัวในทุกวันนี้ที่ไม่เอื้อให้พ่อแม่ ปู่ย่าตายายได้อยู่ใกล้ชิดคอยเป็นที่พึ่งทางใจของลูกหลาน โอกาสที่วัยรุ่นจะหันไป
.........................พึ่งพาสิ่งมอมเมาทั้งหลายจึงมีอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นหากเราสามารถสอดแทรกและปลูกฝังหลักธรรมคำสอนของศาสนา ให้เข้าไปอยู่ในจิตใจ
.........................เพื่อคอยเป็นเครื่องชี้นำและเป็นภูมิคุ้มกันอันมั่นคงแก่วัยรุ่น ให้เขาสามารถหาทางออกของปัญหาได้ด้วยสติและปัญญาในทางที่ถูกที่ควร
.........................ย่อมจะเป็นทางเลือกที่ดีและควรร่วมมือกันให้เกิดเป็นรูปธรรมโดยเร็ว ทั้งนี้สิ่งสำคัญที่บรรดาผู้ใหญ่ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่
........................หรือครูอาจารย์ ควรจะต้องกระทำเป็นอย่างแรกก็คือการสำรวจตัวเองว่ามีความรู้ความเข้าใจในหลักธรรมคำสอนของศาสนาอย่าง
.........................ถูกต้องเพียงพอที่จะชี้แนะแนวทางและนำมาปฏิบัติเพื่อเป็นแบบอย่างแก่วัยรุ่นแล้วหรือยัง เพราะถ้าหากผู้ใหญ่เองยังคงใช้ศาสนา
........................ เป็นที่พึ่งเพียงเพื่อไว้ขอโชคลาภ หรือเข้าวัดเพื่อให้พระทำนายทายทักโชคชะตา หรือเสาะหาวัตถุมงคลก็อย่าหวังเลยว่า
........................วัยรุ่นผู้เป็นลูกหลานจะมีโอกาสได้พึ่งพิงศาสนาในทางที่ถูกที่ควร
 

ตารางแสดงการประมวลผลข้อมูล

 
....................................... ตารางที่ 1 : ข้อมูลประชากรศาสตร์
   จำนวน ร้อยละ
เพศ :
            ชาย 816 44.1
            หญิง 1034 55.9
กำลังศึกษาอยู่ในระดับ :
            มัธยมปลาย 450 24.3
            ปวช./ปวส. 454 24.5
            ปริญญาตรี 591 31.9
            ไม่ได้ศึกษาแล้ว 355 19.2
อาศัยอยู่กับ :
           พ่อและแม่ 876 47.4
           พ่อ 80 4.3
           แม่ 150 8.1
           ญาติผู้ใหญ่ 184 9.9
           ญาติพี่น้องวัยเดียวกัน 76 4.1
           เพื่อน 393 21.2
           อื่น ๆ 91 4.9
........................................ ตารางที่ 2: ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ท่านมีปัญหาที่ทำให้รู้สึกเครียด เป็นทุกข์ หรือวิตกกังวลบ้างหรือไม่
   จำนวน ร้อยละ
มี 1619 87.5
ไม่มี 231 12.5

แยกตามเพศ
  มี ไม่มี
ชาย 85.2 14.8
หญิง 89.4 10.3


แยกตามระดับการศึกษา
  มี ไม่มี
มัธยมปลาย 89.3 10.7
ปวช./ปวส. 85.5 14.5
ปริญญาตรี 87.5 12.5
ไม่ได้ศึกษา 87.9 12.1


แยกตามลักษณะการพักอาศัย
  มี ไม่มี
พ่อ 91.3 8.8
แม่ 90.7 9.3
เพื่อน 88.5 11.5
ญาติผู้ใหญ่ 87.0 13.0
พ่อแม่ 86.9 13.1
อื่น ๆ 86.8 13.2

........................................ ตารางที่ 3: ปัญหาที่ทำให้ท่านเป็นทุกข์หรือวิตกกังวลส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร
  จำนวน ร้อยละ
การเรียน
1009
26.5
ปัญหาการเงิน
765
20.1
ปัญหาเรื่องความรัก
534
14.0
การคบเพื่อน
421
11.0
ปีญหาในครอบครัว
379
9.9
ปัญหาสุขภาพ
255
6.7
ปัญหาการพนัน
137
3.6
ปัญหาการไม่มีสิ่งของแบบที่คนอื่นมี
130
3.4
ปัญหาเพศสัมพันธ์
81
2.1
ปัญหายาเสพติด
63
1.7
อื่น ๆ
40
1.0

........................................ ตารางที่ 4: ความทุกข์หรือวิตกกังวลของท่านส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการกระทำของใคร

  จำนวน ร้อยละ
การกระทำของตัวเอง
663
33.1
การกระทำของผู้อื่น 354 17.7
ทั้งของตัวเองและผู้อื่น 985 49.2

ความทุกข์หรือวิตกกังวลมีสาเหตุมาจากการกระทำของตัวเอง เนื่องจาก
  จำนวน ร้อยละ
ขาดวินัยและความรับผิดชอบ
758
30.1
ขาดการยั้งคิด/หักห้ามใจ 612 24.3
ประมาท/รู้เท่าไม่ถึงการณ์ 432 17.1
ดื้อรั้นต้องการเอาชนะ 420 16.7
ด้อยความสามารถ 246 9.8
อื่น ๆ 51 2.0


ความทุกข์หรือวิตกกังวลมีสาเหตุมาจากการกระทำของผู้อื่น
สาเหตุของความทุกข์ ร้อยละ เนื่องจาก ร้อยละ
* เกิดจากพ่อแม่
42.4
คาดหวังสูงเกินไปจนเกิดความกดดัน
19.8
 
ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของลูก
15.0
ชอบดุด่าว่ากล่าวโดยไม่มีเหตุผล
14.1
ไม่มีเวลาดูแลเอาใจใส่
13.9
เข้มงวดมากเกินไป
10.8
แสดงให้ลูกรู้ว่าลำบากในการส่งเสียเลี้ยงดู
8.5
ทะเลาะเบาะแว้งกัน
8.2
ลำเอียง/รักลูกไม่เท่ากัน
6.8
ทำร้ายร่างกาย
1.1
อื่น ๆ
1.5

สาเหตุของความทุกข์ ร้อยละ เนื่องจาก ร้อยละ
* เกิดจากครู/อาจารย์
33.2
ให้งาน/การบ้านที่เกินความสามารถของลูกศิษย์
30.2
 
กดดันให้เกิดการแข่งขันการเรียน
23.8
ไม่ยุติธรรม
18.5
ไม่รับฟังความคิดเห็น
14.7
ชอบดุประจานให้อับอาย
9.6
ทำร้าย ข่มขู่
1.3
อื่น ๆ
1.8

สาเหตุของความทุกข์ ร้อยละ เนื่องจาก ร้อยละ
* เกิดจากเพื่อน
24.4
กลั่นแกล้ง ล้อเลียน
40.3
 
ไม่ยอมคบ หรือไม่ให้เข้ากลุ่ม
23.7
ข่มขู่ รีด ไถ
10.0
ทำร้ายร่างกาย
6.6
อื่น ๆ
19.3
........................................ ตารางที่ 5: ที่พึ่งของท่านในยามมีความทุกข์ ได้แก่
 
จำนวน
ร้อยละ
เพื่อน
1204
30.9
พ่อแม่
894
23.0
ตัวเอง
798
20.5
ญาติพี่น้อง
273
7.0
อินเตอร์เน็ต
185
4.8
ครู/อาจารย์
158
4.1
ศาสนา
130
3.3
สิ่งศักดิ์สิทธิ์
126
3.2
ศูนย์ฮอตไลน์ต่าง ๆ
35
0.9
อื่น ๆ
91
2.3
.........................................ตารางที่ 6: ท่านคิดว่าหลักคำสอนของศาสนาสามารถใช้เป็นทางออกในการแก้ปัญหาความทุกข์
..............................................................ของวัยรุ่นในปัจจุบันได้หรือไม่
 
จำนวน
ร้อยละ
ได้
1395
75.4
ไม่ได้ เพราะ...
455
24.6
............- วัยรุ่นในปัจจุบันไม่เข้าใจหลักคำสอนของศาสนาดีพอ
...............ที่จะนำมาใช้แก้ปัญหาของตัวเอง........................................14.0
............- หลักคำสอนของศาสนาไม่ตรงกับปัญหาของวัยรุ่น
...............ในปัจจุบัน...........................................................................9.2
............- อื่น ๆ...................................................................................1.4
........................................ตารางที่ 7: ท่านคิดว่าการชี้แนะแนวทางแก่วัยรุ่นในการนำหลักคำสอนของศาสนามาประยุกต์ใช้
..............................................................เพื่อแก้ปัญหา ควรเป็นหน้าที่ของใคร
  จำนวน ร้อยละ
พ่อแม่
1029
32.8
ครู/อาจารย์
837
26.7
พระ
592
18.9
สื่อมวลชน
480
15.3
อื่น ๆ
201
6.4
....................................... .ตารางที่ 8: ท่านคิดว่าการส่งเสริมให้นำหลักคำสอนของศาสนามาใช้เพื่อแก้ปัญหาของวัยรุ่นควรมี
..............................................................แนวทางอย่างไร
  จำนวน ร้อยละ
กระตุ้นให้พ่อแม่นำหลักคำสอนมาใช้แก้ปัญหาของตัวเองและครอบครัว
เพื่อเป็นแบบอย่าง
988
27.1
ใช้การชี้แนะปลูกฝังผ่านครูและระบบการศึกษา
914
25.0
ประยุกต์เนื้อหาและวิธีการเทศน์ของพระให้เข้ากับปัญหาของวัยรุ่น
742
20.3
ให้สื่อมวลชนนำเสนอตัวอย่างของวัยรุ่นที่ใช้หลักธรรมคำสอนของศาสนามา
แก้ปัญหาของตัวเองได้สำเร็จ
652
17.9
ย้ายเวลาของรายการธรรมะมาอยู่ในช่วงเวลาที่เหมาะสมกับวัยรุ่น และปรับ
รูปแบบของรายการให้น่าสนใจ
310
8.5
อื่น ๆ
43
1.2
 
สามารถทำการ Vote ได้วันละ 1 ครั้ง
Vote :  ดีมาก(5) ดี (4) ปานกลาง(3) พอใช้ (2) แย่ (1)  
Download document file :   ( เธ—เธตเนˆเธžเธถเนˆเธ‡เธ—เธฒเธ‡เนƒเธˆเธ‚เธญเธ‡เธงเธฑเธขเธฃเธธเนˆเธ™ )

ศูนย์วิจัยกรุงเทพโพลล์ ( Email: research@bu.ac.th )

โทร. 0-2350-3500 ต่อ 1776