Connect to DB
  หัวข้อ : "วัยรุ่นยุคใหม่คิดอย่างไรกับแม่"
  ความเป็นมา :.
                  แม่คือผู้ให้กำเนิดชีวิตและอบรมเลี้ยงดูลูกจนเติบใหญ่ แม่จึงเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในการสร้างและหล่อหลอมเยาวชน
ผู้เป็นอนาคตของชาติ อย่างไรก็ตาม ความรักความเข้าใจ และความสัมพันธ์อันดีระหว่างแม่ลูกหลายคู่ต้องประสบปัญหาเมื่อลูกย่างเข้าสู่
วัยรุ่นอันเป็นวัยแห่งการเปลี่ยนแปลงทั้งร่างกายและจิตใจ เป็นวัยที่เริ่มผละจากอกแม่ไปเรียนรู้โลกกว้างภายนอก และด้วยสภาพสังคม
ยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยสิ่งยั่วยุรอบด้านย่อมเป็นเหตุปัจจัยให้วัยรุ่นมีโอกาสขัดแย้งกับแม่มากขึ้น ประกอบกับความจำเป็นในการออกไป
ประกอบอาชีพนอกบ้านเพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัวของแม่ในปัจจุบันเป็นผลให้แม่ส่วนใหญ่สั่งสมความเครียดมาจากนอกบ้าน
เป็นทุนอยู่แล้ว สถานการณ์เช่นนี้ย่อมเปราะบางและล่อแหลมต่อความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูก ซึ่งหากไม่ได้มีการทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน
อย่างถูกต้องก็อาจนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย
                ในโอกาสวันแม่จะเวียนมาถึงในวันที่ 12 สิงหาคม นี้ ศูนย์วิจัยกรุงเทพโพลล์จึงได้ดำเนินการสำรวจทัศนคติของวัยรุ่นที่มีต่อแม่
เพื่อเป็นภาพสะท้อนถึงความรู้สึกของลูกๆ วัยรุ่นให้ผู้เป็นแม่ทั้งหลายได้รับทราบ อันจะเป็นแนวทางในการอบรมเลี้ยงดู และปรับปรุง
ความสัมพันธ์ระหว่างกันให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
  วัตถุประสงค์ของการสำรวจ :.
 

             เพื่อทราบข้อมูลและความคิดเห็นของวัยรุ่นที่มีต่อแม่ ในประเด็นต่อไปนี้

                  1. ความสำคัญของแม่
                  2. ความลับที่วัยรุ่นไม่กล้าบอกแม่
                  3. สิ่งที่อยากให้แม่ปรับปรุงแก้ไข
                  4. สิ่งที่ตัวเองควรปรับปรุงแก้ไขเพื่อแม่
                  5. วิธีการแสดงความรักต่อแม่

  ระเบียบวิธีการสำรวจ :
              การสุ่มตัวอย่าง
                  การสำรวจใช้วิธีสุ่มตัวอย่างวัยรุ่นอายุ 13 - 22 ปีที่อาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่าง
แบบหลายขั้นตอน (Multi-Stage Sampling) โดย สุ่มเขตการปกครอง/อำเภอ จากนั้น สุ่มถนน และประชากรเป้าหมายที่จะสัมภาษณ์
ได้ตัวอย่างทั้งสิ้นจำนวน 1,111 คน
  ความคลาดเคลื่อน (Margin of Error) : ในการประมาณการขนาดตัวอย่างใช้ความคลาดเคลื่อน +- 3% ที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
  วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล : . การเก็บข้อมูลใช้แบบสอบถาม และสัมภาษณ์ความคิดเห็นของประชากรเป้าหมายที่สุ่มได้ ในเรื่อง
                               "วัยรุ่นยุคใหม่คิดอย่างไรกับแม่"
  ระยะเวลาในการเก็บข้อมูล :   8 - 9 สิงหาคม 2548
  วันที่เผยแพร่ข้อมูล : . 11 สิงหาคม 2548
  สำรวจโดย : ศูนย์วิจัยกรุงเทพโพลล์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ โทร. 0-2350-3500 ต่อ 1776  http://research.bu.ac.th/poll/poll_list.php
  ผลการสำรวจ :
 
             1. กลุ่มตัวอย่างที่สุ่มได้มีจำนวน 1,111 คน เป็นชายร้อยละ 44 .5   หญิงร้อยละ 55 .5 มีอายุระหว่าง 13-17 ปี ร้อยละ 46.3
และอายุ 18-22 ปี ร้อยละ 53.7    กำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาและปวช ร้อยละ 50.0   ปวส./อนุปริญญาและปริญญาตรี ร้อยละ 47.3
และไม่ได้ศึกษาแล้ว ร้อยละ 2.7
                 กลุ่มตัวอย่างอาศัยอยู่กับแม่ ร้อยละ 74.1  และไม่ได้อยู่กับแม่ ร้อยละ 25.9
               2. วัยรุ่นร้อยละ 96.8 ระบุว่าแม่คือบุคคล สำคัญที่สุดในชีวิต   ขณะที่ร้อยละ 1.8 ระบุว่าบุคคลที่สำคัญที่สุดในชีวิตคือพ่อ
ร้อยละ 0. 9 ระบุว่าเป็นญาติผู้ใหญ่    และบุคคลอื่น อาทิ ครู เพื่อน ร้อยละ 0. 5
               3. วัยรุ่นร้อยละ 53.2 ระบุว่าไม่มีความลับใดที่ไม่กล้าบอกแม่   ในขณะที่วัยรุ่นอีกร้อยละ 46.8 ยอมรับว่ามี   โดยเป็นความลับ
เรื่องความรักและการคบเพื่อนต่างเพศมากที่สุด ร้อยละ 45.8    รองลงมาคือเรื่องการเรียน ร้อยละ 23.5    การดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ร้อยละ 15.0
การพนัน ร้อยละ 6 .0    ปัญหาหนี้สิน ร้อยละ 5 .6    ยาเสพติด ร้อยละ 2 .5    และอื่น ๆ ร้อยละ 1.6
 
             4. วัยรุ่นร้อยละ 23.8 บอกว่าไม่เคยทะเลาะหรือโต้เถียงกับแม่    ในขณะที่ ร้อยละ 76.2 เคยทะเลาะและโต้เถียงกับแม่
โดยเรื่องที่เป็นเหตุให้ทะเลาะโต้เถียงกับแม่มากที่สุดคือเรื่องการใช้เงิน ร้อยละ 23.8    รองลงมาคือเรื่องเที่ยวเตร่ ร้อยละ 19.8
เรื่องภายในครอบครัว ร้อยละ 17.4    เรื่องการเรียน ร้อยละ 14.8    เรื่องการคบเพื่อน ร้อยละ 10.5    เรื่อง การแต่งกาย ร้อยละ 7.2
เรื่องการเล่นเกมและใช้โทรศัพท์ ร้อยละ 3.9    เรื่องการพนันและยาเสพติด ร้อยละ 2.6
 
             5. สำหรับสิ่งที่วัยรุ่นอยากให้แม่ปรับปรุงแก้ไขมากที่สุด คืออยากให้แม่บ่น ให้น้อยลง ร้อยละ 25.9    รองลงมาคือ
ให้เชื่อใจลูก ร้อยละ 18.4    เข้าใจลูกให้มากขึ้น ร้อยละ 16.7    มีเวลาให้ลูกมากขึ้น ร้อยละ 5.7    รักลูกให้เท่ากัน ร้อยละ 3.8
เลิกอบายมุข ร้อยละ 0.9    อื่น ๆ เช่น อย่าคิดมาก ร้อยละ 1.0    โดยที่ลูกอีกร้อยละ 27. 6 ระบุว่า แม่ของตนดีอยู่แล้วไม่ต้องปรับปรุง
 
             6. ส่วนสิ่งที่วัยรุ่นคิดว่าตัวเองควรปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้แม่มีความสุขนั้น อันดับแรกคือ ควรตั้งใจเรียนให้มากขึ้น
ร้อยละ 37.3
   รองลงมาคือ เลิกเถียงแม่ ร้อยละ 26.7    ช่วยแม่ทำงาน ร้อยละ 10.4    เลิกใช้เงินฟุ่มเฟือย ร้อยละ 9.3    เลิกเที่ยวเตร่และ
เสพอบายมุข ร้อยละ 8.8    เลิกคบเพื่อนที่ไม่ดี ร้อยละ 1.3    และอื่นๆ อีกร้อยละ 0.7    ในขณะที่ร้อยละ 5.5 ระบุว่าตัวเองดีอยู่แล้วไม่ต้อง
ปรับปรุง
 
             7. เมื่อถามถึง วิธีการแสดงความรักต่อแม่ พบว่า การปฏิบัติตามคำสั่งสอนของแม่เป็นวิธีการแสดงความรักต่อแม่ที่
วัยรุ่นนิยมใช้มากที่สุด (ร้อยละ 46.6)
   รองลงมาได้แก่ กอดแม่/หอมแม่ (ร้อยละ 32.3)    ช่วยแม่ทำงาน (ร้อยละ 31.5)    อยู่บ้านกับแม่
(ร้อยละ 24.6)    ให้พวงมาลัย/ดอกมะลิในวันแม่ (ร้อยละ 23.9)    ซื้อของให้แม่ (ร้อยละ 22. 1 )    บอกรักแม่ด้วยคำพูด (ร้อยละ 22.0)
พาแม่ไปเที่ยว (ร้อยละ 11.3)    ประดิษฐ์ของให้แม่ (ร้อยละ 5.7)    และอื่น ๆ (ร้อยละ 3.1)
 
 
ตารางแสดงการประมวลผลข้อมูล
     
   

ตารางที่ 1 : ข้อมูลประชากรศาสตร์

   
 
 จำนวน
ร้อยละ
เพศ :
            ชาย
494
44.5
            หญิง
617
55.5
อายุ :
            13 – 17 ปี
514
46.3
            18 – 22 ปี
597
53.7
การศึกษา :
             มัธยมศึกษา / ปวช. 555 50.0
             ปวส. / อนุปริญญา/ปริญญาตรี 525 47.3
             ไม่ได้ศึกษาแล้ว 31 2.7
การอยู่อาศัย :
             อาศัยอยู่กับแม่
823
74.1
             ไม่ได้อาศัยอยู่กับแม่
288
25.9
     
 
ตารางที่ 2: บุคคลที่วัยรุ่นเห็นว่ามีความสำคัญที่สุดในชีวิต
   
  จำนวน ร้อยละ
แม่
1076
96.8
พ่อ
20
1.8
ญาติผู้ใหญ่
10
0.9
อื่น ๆ
5
0.5
รวม
1111
100
     
   
ตารางที่ 3: ความลับที่วัยรุ่นไม่กล้าบอกแม่
   
  จำนวน ร้อยละ
ไม่มีความลับที่ไม่กล้าบอกแม่
591
53.2
มีความลับที่ไม่กล้าบอกแม่
520
46.8
รวม
1111
100
   
                                 ความลับที่ไม่กล้าบอกแม่ (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)
  จำนวน ร้อยละ
ความรักและการคบเพื่อนต่างเพศ
312
45.8
การเรียน
160
23.5
การดื่มเหล้า สูบบุหรี่
102
15.0
การพนัน
39
6.0
ปัญหาหนี้สิน
36
5.6
ยาเสพติด
16
2.5
อื่น ๆ
11
1.6
     
   

ตารางที่ 4: เรื่องที่เคยทะเลาะโต้เถียงกับแม่

   
  จำนวน ร้อยละ
เคยทะเลาะโต้เถียงกับแม่
847
76.2
ไม่เคยทะเลาะโต้เถียงกับแม่
264
23.8
รวม
1111
100
   
                                  เรื่องที่เคยทะเลาะและโต้เถียงกับแม่ (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)
  จำนวน ร้อยละ
การใช้เงิน
310
23.8
การเที่ยวเตร่
258
19.8
เรื่องในครอบครัว
226
17.4
การเรียน
192
14.8
การคบเพื่อน
137
10.5
การแต่งกาย
94
7.2
การเล่นแกมและใช้โทรศัพท์
51
3.9
การพนันและยาเสพติด
33
2.6
     
   

ตารางที่ 5: สิ่งที่อยากให้แม่ปรับปรุงแก้ไข

   
  จำนวน ร้อยละ
บ่นให้น้อยลง
288
25.9
ให้เชื่อใจลูก
204
18.4
เข้าใจลูกให้มากขึ้น
185
16.7
มีเวลาให้ลูกมากขึ้น
63
5.7
รักลูกให้เท่ากัน
42
3.8
เลิกอบายมุข
10
0.9
อื่น ๆ เช่น อย่าคิดมาก
11
1.0
ดีอยู่แล้วไม่ต้องปรับปรุง
308
27.6
รวม
1111
100
     
   

ตารางที่ 6: สิ่งที่คิดว่าตัวเองควรปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้แม่มีความสุข

   
  จำนวน ร้อยละ
ตั้งใจเรียนให้มากขึ้น
414
37.3
เลิกเถึยงแม่
297
26.7
ข่วยแม่ทำงาน
115
10.4
เลิกใช้เงินฟุ่มเฟือย
103
9.3
เลิกเที่ยวเตร่และเสพอบายมุข
98
8.8
เลิกคบเพื่อนที่ไม่ดี
14
1.3
อื่น ๆ
8
0.7
ดีอยู่แล้วไม่ต้องปรับปรุง
62
5.5
รวม
1111
100
     
   

ตารางที่ 7: วิธีการแสดงความรักต่อแม่ (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)

   
  จำนวน ร้อยละ
ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของแม่
518
46.6
กอดแม่/หอมแม่
359
32.3
ช่วยแม่ทำงาน
350
31.5
อยู่บ้านกับแม่
273
24.6
ให้พวงมาลัย/ดอกมะลิในวันแม่
265
23.9
ซื้อของให้แม่
245
22.1
บอกรักด้วยคำพูด
244
22.0
พาแม่ไปเที่ยว
126
11.3
ประดิษฐ์ของให้แม่
63
5.7
อื่น ๆ
34
3.1
     
สามารถทำการ Vote ได้วันละ 1 ครั้ง
Vote :  ดีมาก(5) ดี (4) ปานกลาง(3) พอใช้ (2) แย่ (1)  
Download document file :   ( เธงเธฑเธขเธฃเธธเนˆเธ™เธขเธธเธ„เนƒเธซเธกเนˆเธ„เธดเธ”เธญเธขเนˆเธฒเธ‡เน„เธฃเธเธฑเธšเนเธกเนˆ )

ศูนย์วิจัยกรุงเทพโพลล์ ( Email: research@bu.ac.th )

โทร. 0-2350-3500 ต่อ 1776