หัวข้อ “ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน”
                  จากการที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 14  ระหว่างวันที่ 27
กุมภาพันธ์ ถึง 1 มีนาคม ที่จะถึงนี้  นอกเหนือจากวัตถุประสงค์ด้านความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับชาติต่างๆ  ใน
ภูมิภาคอาเซียนแล้ว  หลายฝ่ายต่างมุ่งหวังที่จะใช้การประชุมดังกล่าวเป็นโอกาสในการฟื้นฟูภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นของ
ประเทศไทยกลับคืนมา  ขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองยังคงส่อเค้าท่าทีที่น่าเป็นห่วง  ศูนย์วิจัย
มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) จึงได้ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นเรื่อง “ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อ
การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน
”   โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปจาก
ทุกสาขาอาชีพในเขตกรุงเทพมหานคร รวมทั้งสิ้น 1,210 คน   เป็นเพศชายร้อยละ 50.6  และเพศหญิงร้อยละ 49.4
เมื่อวันที่ 21-23 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา สรุปผลได้ดังนี้
 
             1. การรับทราบข่าวการจัดประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 14 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ

 
ร้อยละ
ทราบ
91.3
ไม่ทราบ
8.7
 
             2. ความสนใจต่อข่าวการจัดประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 14 ในกลุ่มประชาชนที่ทราบข่าว

 
ร้อยละ
สนใจ
      (โดยแบ่งเป็น สนใจมากร้อยละ 15.4 และสนใจค่อนข้างมากร้อยละ 39.8)
55.2
ไม่สนใจ
      (โดยแบ่งเป็น ไม่สนใจเลยร้อยละ 4.8 และไม่ค่อยสนใจร้อยละ 40.0)
44.8
 
             3. ความรู้สึกมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งนี้

 
ร้อยละ
รู้สึกว่ามีส่วนร่วม
      (โดยแบ่งเป็น รู้สึกว่ามีส่วนร่วมมากร้อยละ 10.3 และรู้สึกว่ามีส่วนร่วม
        ค่อนข้างมากร้อยละ 21.1)
31.4
ไม่รู้สึกว่ามีส่วนร่วม
      (โดยแบ่งเป็น ไม่รู้สึกว่ามีส่วนร่วมเลยร้อยละ 18.4 และไม่ค่อยรู้สึกว่า
        มีส่วนร่วมร้อยละ 50.2)
68.6
 
             4. ความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบจะสามารถจัดการประชุมให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

 
ร้อยละ
เชื่อมั่น
      (โดยแบ่งเป็น เชื่อมั่นมากร้อยละ 22.5 และเชื่อมั่นค่อนข้างมาก
        ร้อยละ 49.7)
72.2
ไม่เชื่อมั่น
      (โดยแบ่งเป็น ไม่เชื่อมั่นเลยร้อยละ 23.3 และไม่ค่อยเชื่อมั่นร้อยละ 4.5)
27.8
 
             5. ความคาดหวังต่อความสำเร็จในด้านต่างๆ จากการที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม พบว่า
                
ประชาชนคาดหวังความสำเร็จในเรื่องการกระตุ้นการท่องเที่ยวมากที่สุด รองลงมาคือความร่วมมือในด้านต่างๆ
                 ระหว่างประเทศไทยกับประเทศในภูมิภาคอาเซียน และการฟื้นฟูภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นของประเทศไทย
                 ในสายตานานาชาติ ตามลำดับ โดยมีคะแนนความคาดหวัง (จากคะแนนเต็ม 10 ) ดังนี้


 
คะแนนเฉลี่ย
(จากคะแนนเต็ม 10)
การกระตุ้นการท่องเที่ยว
6.92
ความร่วมมือในด้านต่างๆ ระหว่างประเทศไทยกับประเทศใน
ภูมิภาคอาเซียน
6.61
การฟื้นฟูภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นของประเทศไทยในสายตา
นานาชาติ
6.22
 
             6. เรื่องที่ประชาชนกังวลมากที่สุดจากการที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งนี้ คือ

 
ร้อยละ
การนัดชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ
49.6
ผลกระทบที่คนไทยจะได้รับจากข้อตกลงในเรื่องต่างๆ
26.2
การรักษาความปลอดภัยให้กับผู้เข้าร่วมประชุม
10.8
การเตรียมความพร้อมของแต่ละฝ่ายในการจัดประชุม
10.7
ไม่มีเรื่องใดน่ากังวล
2.7
 
             7. ข้อมูลที่ประชาชนต้องการทราบมากที่สุดเกี่ยวกับการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 14 คือ

 
ร้อยละ
ผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจที่ประเทศไทยจะได้รับ
42.6
ข้อสรุปจากการประชุมที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย
33.9
หัวข้อหลักๆ ในการประชุม
8.3
ผลได้ผลเสียจากการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม
3.8
เรื่องอื่นๆ อาทิ การแก้ปัญหาผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา ข้อพิพาทกรณีเขาพระวิหาร
ปัญหาชายแดน ปัญหาความมั่นคง และรายชื่อผู้เข้าประชุม ฯลฯ
11.4
 
รายละเอียดในการสำรวจ
วัตถุประสงค์ของการสำรวจ:

                  เพื่อสอบถามความคิดเห็นของประชาชนในประเด็นต่อไปนี้
                     1. การรับทราบข่าวการจัดประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 14 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ
                     2. ความสนใจติดตามข่าวการจัดประชุม
                     3. ความรู้สึกมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งนี้
                     4. ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะสามารถจัดงานประชุมให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

                     5. ความคาดหวังต่อความสำเร็จในด้านต่างๆ จากการที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุม
                     6. เรื่องที่กังวลมากที่สุดจากการที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการจัดประชุม

                     7. ข้อมูลที่ต้องการทราบมากที่สุดเกี่ยวกับการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 14

 
ระเบียบวิธีการสำรวจ:
                  การสำรวจใช้การสุ่มตัวอย่างประชาชน อายุ 18 ปีขึ้นไปในทุกสาขาอาชีพ ที่อาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร
ซึ่งแบ่งด้วยการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-Stage Sampling) โดยสุ่มเขตการปกครองทั้งเขตชั้นนอก ชั้นกลาง
และชั้นใน จำนวน 20 เขต ได้แก่ เขตคลองสามวา จตุจักร บางกอกน้อย บางกะปิ บางขุนเทียน บางแค บางนา บางบอน
บางพลัด บางรัก ปทุมวัน ประเวศ พญาไท พระโขนง ยานนาวา ราชเทวี ลาดพร้าว สวนหลวง สาทร และหนองแขม
จากนั้นจึงสุ่มถนน และประชากรเป้าหมายที่จะสัมภาษณ์อย่างเป็นระบบ ได้กลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 1,210 คน เป็นเพศชาย
ร้อยละ 50.6 และเพศหญิงร้อยละ 49.4
 
ความคลาดเคลื่อน (Margin of Error):
                  ในการประมาณการขนาดตัวอย่างมีขอบเขตของความคลาดเคลื่อน  3% ที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
 
วิธีรวบรวมเก็บข้อมูล:
                  ใช้การสัมภาษณ์แบบพบตัว (Face-to-face Interview) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเป็นแบบสอบถาม
ที่มีโครงสร้างแน่นอน ประกอบด้วยข้อคำถามแบบเลือกตอบ (Check List Nominal) และคำถามปลายเปิด (Open Form)
จากนั้นคณะนักวิจัยได้นำแบบสอบถามทุกชุดมาตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์ก่อนบันทึกข้อมูลและประมวลผล
 
ระยะเวลาในการเก็บข้อมูล: 21 – 23 กุมภาพันธ์ 2552
 
วันที่เผยแพร่ผลสำรวจ: 25 กุมภาพันธ์ 2552
 
สรุปข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มตัวอย่าง:
ตารางที่ 1: ข้อมูลประชากรศาสตร์
 
จำนวน
ร้อยละ
เพศ:    
             ชาย
615
50.6
             หญิง
595
49.4
รวม
1,210
100.0
อายุ:
 
 
             18 - 25 ปี
310
25.6
             26 - 35 ปี
413
34.1
             36 - 45 ปี
277
22.9
             46 ปีขึ้นไป
210
17.4
รวม
1,210
100.0
อาชีพ:
 
 
             ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ
173
14.3
             พนักงานบริษัทเอกชน
415
34.3
             ค้าขาย ธุรกิจส่วนตัว
250
20.7
             รับจ้างทั่วไป
138
11.4
             พ่อบ้าน แม่บ้าน เกษียณอายุ
61
5.0
             อื่นๆ เช่น นิสิตนักศึกษา อาชีพอิสระ ว่างงาน
173
14.3
รวม
1,210
100.0
การศึกษา:
 
 
             ต่ำกว่าปริญญาตรี
460
38.0
             ปริญญาตรี
670
55.4
             สูงกว่าปริญญาตรี
80
6.6
รวม
1,210
100.0
 
Vote:  ดีมาก(5) ดี (4) ปานกลาง(3) พอใช้ (2) แย่ (1)  
 ผลคะแนนVote              
 
Download PDF file:  
 
ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์)
Email: research@bu.ac.th      โทร. 0-2350-3500 ต่อ 1770-1776