หัวข้อ “ประชาชนคิดอย่างไรกับแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555”
                  จากการที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้กระทรวงการคลังกู้เงิน 8 แสนล้านบาทเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย ในปี
2553-2555 ตามแผนปฏิบัติการ : ไทยเข้มแข็ง 2555 นอกจากนี้ยังเห็นชอบให้หารายได้เข้ารัฐโดยการขึ้นภาษีสรรพสามิต
บุหรี่และสุรา และเพิ่มกรอบภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ในขณะเดียวกันก็พิจารณาตัดลดงบประมาณประจำปี2553 ของกระทรวง
ต่างๆ ลง  ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์)  จึงได้ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นเรื่อง “ประชาชน
คิดอย่างไรกับแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555
” โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปที่อาศัยอยู่ในเขต
กรุงเทพมหานคร รวมทั้งสิ้น 1,195 คน เป็นเพศชายร้อยละ 46.3 และเพศหญิงร้อยละ 53.7 เมื่อวันที่ 11 – 13 พฤษภาคม
ที่ผ่านมา สรุปผลได้ดังนี้
 
             1. ความเห็นต่อการที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้กระทรวงการคลังกู้เงิน 8 แสนล้านบาท พบว่า

 
ร้อยละ
เห็นด้วย
       (โดยให้เหตุผลว่า เพื่อนำเงินมาพัฒนาประเทศ มีเงินหมุนเวียน
         ในระบบเศรษฐกิจทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น)
54.1
ไม่เห็นด้วย
       (โดยให้เหตุผลว่า ทำให้ประเทศมีหนี้เพิ่ม เป็นเงินก้อนใหญ่
         เกินไป และกลัวเป็นการกระทำที่เสียเปล่า)
45.9
 
             2. ความเห็นต่อการหารายได้เข้าสู่รัฐด้วยวิธีการขึ้นภาษีสรรพสามิตบุหรี่และสุรา

 
ร้อยละ
เห็นด้วย
75.9
ไม่เห็นด้วย
       (โดยให้เหตุผลว่า ขึ้นราคามากเกินไป ทำให้ผู้ซื้อมีค่าใช้จ่าย
         สูงขึ้น และกลัวมีการลักลอบนำของหนีภาษีเข้ามา)
24.1
 
             3. การได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีบุหรี่และสุรา

 
ร้อยละ
ได้รับผลกระทบ
       (โดยผลกระทบที่ได้รับคือ ทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น มีผลต่อธุรกิจ
         ที่ทำอยู่ซึ่งเกี่ยวข้องกับบุหรี่และสุรา)
20.8
ไม่ได้รับผลกระทบ
79.2
 
             4. ความเห็นต่อการหารายได้เข้าสู่รัฐด้วยวิธีการเพิ่มกรอบภาษีสรรพสามิตน้ำมันทุกประเภท
                 ในเร็วๆ นี้

 
ร้อยละ
เห็นด้วย
27.3
ไม่เห็นด้วย
       (โดยให้เหตุผลว่า ทำให้สินค้ามีราคาสูงขึ้น ประชาชนต้องมี
         ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และปัจจุบันน้ำมันมีราคาแพงอยู่แล้ว)
72.7
 
             5. การได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมัน

 
ร้อยละ
ได้รับผลกระทบ
       (โดยผลกระทบที่ได้รับคือ ทำให้สินค้ามีราคาแพงขึ้น ค่าใช้จ่าย
         ในการเดินทางสูงขึ้น)
71.5
ไม่ได้รับผลกระทบ
28.5
 
             6. ความเห็นต่อการนำเงินจากกองทุนน้ำมันมาช่วยชะลอการขึ้นราคาน้ำมัน อันเนื่องมาจาก
                 การขึ้นภาษีน้ำมัน

 
ร้อยละ
เห็นด้วย
       (โดยให้เหตุผลว่า ราคาสินค้าจะได้ไม่ต้องปรับขึ้น ประชาชน
         จะได้ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในช่วงนี้)
76.2
ไม่เห็นด้วย
       (โดยให้เหตุผลว่า เป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ช่วยได้เพียง
         ระยะหนึ่งเท่านั้น ควรปล่อยให้เป็นไปตามกลไกของตลาด)
23.8
 
             7. ความเห็นต่อ มติ ครม. ที่ให้ตัดลดงบประมาณประจำปี 2553 ของกระทรวงต่างๆ ลงจาก
                 1.99 ล้านล้านบาท ในปี 2552 เหลือ 1.7 ล้านล้านบาทในปี 2553

 
ร้อยละ
เห็นด้วย
       (โดยให้เหตุผลว่า เป็นการลดค่าใช้จ่ายของประเทศ
         บางกระทรวงไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก
         และจะได้นำเงินไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ ที่จำเป็นมากกว่า)
84.0
ไม่เห็นด้วย
       (โดยให้เหตุผลว่า งบประมาณน้อยเกินไปไม่พอที่จะนำไป
         บริหารประเทศ การตัดงบประมาณไม่ใช่ทางแก้ปัญหาที่
         ถูกต้อง และบางกระทรวงไม่ควรถูกตัดงบประมาณ)
16.0
 
             8. ความเหมาะสมในการตัดลดงบประมาณตามมติ ครม. ในกระทรวงหลักๆ แต่ละด้าน ต่อไปนี้

                       8.1) กระทรวงด้านความมั่นคง   (กระทรวงกลาโหม)
 
ร้อยละ
เหมาะสม
87.8
ไม่เหมาะสม
       (โดยให้เหตุผลว่า ความมั่นคงของประเทศเป็นเรื่อง
         สำคัญต้องเตรียมพร้อมตลอดเวลา และทหารมี
         รายได้น้อยอยู่แล้ว)
12.2


                       8.2) กระทรวงด้านเศรษฐกิจ   (กระทรวงการท่องเที่ยวฯ กระทรวงเกษตรฯ
                              กระทรวงคมนาคม กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงอุตสาหกรรม)

 
ร้อยละ
เหมาะสม
63.9
ไม่เหมาะสม
       (โดยให้เหตุผลว่า ไม่ควรตัดงบประมาณที่จะนำมา
         พัฒนาด้านเศรษฐกิจ ควรสนับสนุนการท่องเที่ยว
         และเป็นการตัดลดงบประมาณมากเกินไป)
36.1


                       8.3) กระทรวงด้านสังคม   (กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน
                              กระทรวงศึกษาธิการ)

 
ร้อยละ
เหมาะสม
77.5
ไม่เหมาะสม
       (โดยให้เหตุผลว่า ควรให้ความสำคัญกับคุณภาพ
         ชีวิตประชาชน และการสร้างอนาคตของเยาวชน
         การตัดงบด้านการศึกษาอาจทำให้การเรียน
         การสอนไม่มีคุณภาพ)
22.5


                       8.4) สำนักนายกรัฐมนตรี
 
ร้อยละ
เหมาะสม
95.8
ไม่เหมาะสม
       (โดยให้เหตุผลว่า ปรับลดมากเกินไป)
4.2
 
             9. ความเห็นต่อมาตรการลงทุนระยะยาว (กำหนดแล้วเสร็จในปี 2555) เพื่อเพิ่มโอกาสในการ
                 แข่งขันของประเทศไทย

 
ร้อยละ
เห็นด้วย
       (โดยให้เหตุผลว่า จะได้มีการพัฒนาประเทศให้ดีขึ้น ทำให้เกิด
         การกระตุ้นเศรษฐกิจ และเพิ่มโอกาสในการแข่งขันให้
         ประเทศไทย)
77.5
ไม่เห็นด้วย
       (โดยให้เหตุผลว่า ไม่ควรกู้เงินมาลงทุนมากเกินไป เศรษฐกิจ
         ยังไม่แน่นอน และกลัวความไม่โปร่งใส)
22.5
 
             10. ความเห็นต่อการจัดสรรงบประมาณในแต่ละโครงการ ตามมาตรการลงทุนระยะยาว

โครงการ
เห็นด้วย
(ร้อยละ)
ไม่เห็นด้วย
(ร้อยละ)
1) โครงการการศึกษา มูลค่า 1.28 แสนล้านบาท
    (เช่น ปัจจัยสนับสนุนด้านการศึกษา และพัฒนาครูทั้งระบบ)
93.0
7.0
2) โครงการสาธารณสุข มูลค่า 9.8 หมื่นล้านบาท
    (เช่น โครงการพัฒนาระบบบริการระดับชุมชน และศูนย์โรคพิเศษ)
89.6
10.4
3) โครงการบริหารจัดการน้ำ มูลค่า 2.22 แสนล้านบาท
    (เช่นโครงการชลประทานขนาดใหญ่ โครงการฟื้นฟูแหล่งน้ำ)
81.9
18.1
4) โครงการสร้างพื้นฐานทางการท่องเที่ยว มูลค่า 5.6 พันล้านบาท
    (เช่น โครงการประปา และสายเคเบิ้ลใต้น้ำ)
79.1
20.9
5) โครงการขนส่ง มูลค่า 3.55 แสนล้านบาท
    (เช่น งานบำรุงรักษาทางหลวง โครงการรถไฟฟ้า และถนนไร้ฝุ่น)
76.8
23.2
6) โครงการพลังงานและพลังงานทดแทน มูลค่า 1.56 แสนล้านบาท
    (เช่น โครงการพัฒนาระบบสายส่งและระบบส่งไฟฟ้า)
76.6
23.4
7) โครงการสื่อสาร มูลค่า 2.4 หมื่นล้านบาท
    (เช่น โครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่)
55.6
44.4
 
รายละเอียดในการสำรวจ
วัตถุประสงค์ของการสำรวจ:

                  เพื่อสอบถามความคิดเห็นของประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครประเด็นต่อไปนี้
                     1. ความเห็นต่อการที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้กระทรวงการคลังกู้เงิน 8 แสนล้านบาท
                     2. ความเห็นต่อการหารายได้เข้าสู่รัฐด้วยวิธีการขึ้นภาษีสรรพสามิตบุหรี่และสุรา และการเพิ่มกรอบภาษี
                         สรรพสามิตน้ำมันทุกประเภท

                     3. ผลกระทบที่ได้รับจากการขึ้นภาษีบุหรี่และสุรา
                     4. ผลกระทบที่ได้รับจากการขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมัน
                     5. ความเห็นต่อการนำเงินจากกองทุนน้ำมันมาช่วยชะลอการขึ้นราคาน้ำมัน อันเนื่องมาจากการขึ้นภาษี
                         น้ำมัน

                     6. ความเห็นต่อ มติ ครม. ที่ให้ตัดลดงบประมาณประจำปี 2553 ของกระทรวงต่างๆ ลงจาก
                         1.99 ล้านล้านบาท ในปี 2552 เหลือ 1.7 ล้านล้านบาทในปี 2553

                     7. ความเหมาะสมในการตัดลดงบประมาณตามมติ ครม. ในกระทรวงหลักๆ แต่ละด้าน
                     8. ความเห็นต่อมาตรการลงทุนระยะยาว (กำหนดแล้วเสร็จในปี 2555) เพื่อเพิ่มโอกาสในการแข่งขัน
                         ของประเทศไทย

                     9. ความเห็นต่อการจัดสรรงบประมาณในแต่ละโครงการ ตามมาตรการลงทุนระยะยาว

 
ระเบียบวิธีการสำรวจ:
                  การสำรวจใช้การสุ่มตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปจากทุกสาขาอาชีพ ในเขตกรุงเทพมหานคร ด้วยวิธี
การสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-Stage Sampling) โดยการสุ่มเขตการปกครอง จากนั้นจึงสุ่มประชากรเป้าหมาย
ที่จะสัมภาษณ์อย่างเป็นระบบ โดยใช้ทั้งวิธีการลงพื้นที่เก็บข้อมูลภาคสนาม และการสุ่มหมายเลขโทรศัพท์สัมภาษณ์
ได้กลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 1,195 คน เป็นเพศชายร้อยละ 46.3 และเพศหญิงร้อยละ 53.7
 
ความคลาดเคลื่อน (Margin of Error):
                  ในการประมาณการขนาดตัวอย่างมีขอบเขตของความคลาดเคลื่อน  3% ที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
 
วิธีรวบรวมเก็บข้อมูล:
                  ใช้การสัมภาษณ์แบบพบตัว (Face-to-face Interview) และการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ เครื่องมือที่ใช้ในการ
เก็บข้อมูลเป็นแบบสอบถามที่มีโครงสร้างแน่นอน ประกอบด้วยข้อคำถามแบบเลือกตอบ (Check List Nominal) และคำถาม
ปลายเปิด (Open Form) จากนั้นคณะนักวิจัยได้นำแบบสอบถามทุกชุดมาตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์ก่อนบันทึกข้อมูล
และประมวลผล
 
ระยะเวลาในการเก็บข้อมูล: 11 – 13 พฤษภาคม 2552
 
วันที่เผยแพร่ผลสำรวจ: 14 พฤษภาคม 2552
 
สรุปข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มตัวอย่าง:
ตารางที่ 1: ข้อมูลประชากรศาสตร์
 
จำนวน
ร้อยละ
เพศ:    
             ชาย
553
46.3
             หญิง
642
53.7
รวม
1,195
100.0
อายุ:
 
 
             18 ปี – 25 ปี
367
30.8
             26 ปี – 35 ปี
344
28.8
             36 ปี – 45 ปี
271
22.6
             46 ปีขึ้นไป
213
17.8
รวม
1,195
100.0
การศึกษา:
 
 
             ต่ำกว่าปริญญาตรี
572
47.9
             ปริญญาตรี
558
46.8
             สูงกว่าปริญญาตรี
65
5.3
รวม
1,195
100.0
อาชีพ:
 
 
             ข้าราชการ / รัฐวิสาหกิจ
95
8.0
             พนักงาน / ลูกจ้างบริษัทเอกชน
363
30.5
             ค้าขาย / ประกอบอาชีพส่วนตัว
275
23.1
             รับจ้างทั่วไป
150
12.5
             พ่อบ้าน / แม่บ้าน / เกษียณอายุ
66
5.5
             อื่นๆ เช่น อาชีพอิสระ ว่างงาน
246
20.4
รวม
1,195
100.0
 
Vote:  ดีมาก(5) ดี (4) ปานกลาง(3) พอใช้ (2) แย่ (1)  
 ผลคะแนนVote              
 
Download PDF file:  
 
ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์)
Email: research@bu.ac.th      โทร. 0-2350-3500 ต่อ 1770-1776