หน้าเว็บไซต์หลัก
หัวข้อ “แนวโน้มท่องเที่ยวไทยในช่วงครึ่งปีหลัง”
                 จากสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศ  ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจโลก   และการแพร่ระบาด
ของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการท่องเที่ยวของประเทศไทย  รัฐบาล
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างคิดหาแนวทางและกลยุทธ์เพื่อกระตุ้นและสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและ
ชาวต่างชาติ โดยหวังให้สถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวในประเทศฟื้นตัวขึ้น ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์)
จึงได้ดำเนินการสำรวจเรื่อง “แนวโน้มท่องเที่ยวไทยในช่วงครึ่งปีหลัง”  เพื่อสะท้อนข้อมูลความคิดเห็นและความ
เชื่อมั่นของประชาชนชาวไทยที่มีต่อการท่องเที่ยวในประเทศไทยในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนในเขต
กรุงเทพมหานคร จำนวนทั้งสิ้น 1,116 คน เป็นเพศชายร้อยละ 49.4 และเพศหญิงร้อยละ 50.6 เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม –
2 สิงหาคมที่ผ่านมา สรุปผลได้ดังนี้
 
             1. แผนการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศช่วงครึ่งปีหลังเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงครึ่งปีแรก พบว่า

 
ร้อยละ
คิดว่าจะเที่ยวน้อยลงกว่าครึ่งปีแรก
     ( โดยให้เหตุผลว่า ต้องประหยัด ยังไม่มั่นใจว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น
       กังวลเรื่องการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ )
47.7
คิดว่าจะเที่ยวพอๆ กับครึ่งปีแรก
36.3
คิดว่าจะเที่ยวมากขึ้นกว่าครึ่งปีแรก
     ( โดยให้เหตุผลว่า เป็นช่วงอากาศหนาว มีวันหยุดยาว และต้องการ
       ใช้เวลากับครอบครัว )
16.0
 
 
             2. เรื่องที่คิดว่าจะมีส่วนทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยวของประเทศไทยในช่วงครึ่งปีหลัง
                 มากที่สุด คือ


 
ร้อยละ
การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009
35.9
ภาวะเศรษฐกิจไม่ดี
35.1
ความไม่สงบทางการเมือง
27.0
อื่นๆ เช่น ปัญหาเรื่องความปลอดภัย และความเสื่อมโทรมของแหล่ง
ท่องเที่ยว
2.0
 
 
             3. เกณฑ์การคัดเลือกสถานที่ท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีหลัง คือ

 
ร้อยละ
เลือกที่ความปลอดภัยเป็นหลัก
49.0
เลือกที่ความสวยงามเป็นหลัก
28.6
เลือกที่ราคาถูกเป็นหลัก
16.9
อื่นๆ เช่น ความสะดวกในการเดินทาง และสิ่งอำนวยความสะดวก เป็นต้น
5.5
 
 
             4. แหล่งท่องเที่ยวที่วางแผนจะไปท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีหลัง คือ

 
ร้อยละ
ทะเล
49.5
ป่า ภูเขา น้ำตก
41.9
อื่นๆ เช่น เขื่อนต่างๆ วัดและโบราณสถาน สวนสัตว์และสวนสนุก
8.6
 
 
             5. ความมั่นใจว่าจะปลอดภัยจากโรคไข้หวัด 2009 เมื่อต้องเดินทางไปสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ
                 ต่างๆ พบว่า
ร้อยละ 64.2 ไม่มั่นใจ มีเพียงร้อยละ 35.8 ที่มั่นใจ   โดยมีรายละเอียดดังนี้

 
มั่นใจ
(ร้อยละ)
ไม่มั่นใจ
(ร้อยละ)
  ชะอำ หัวหิน
41.2
58.8
  เชียงใหม่ เชียงราย
40.5
59.5
  ภูเก็ต
34.9
65.1
  พัทยา ชลบุรี
26.5
73.5
เฉลี่ยรวม
35.8
64.2
 
 
             6. สิ่งที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ ควรมีการปรับปรุงหรือพัฒนามากที่สุด (3 อันดับแรก) 
                 (เป็นคำถามปลายเปิดให้ผู้ตอบระบุเอง)

                   เชียงใหม่ เชียงราย

 
ร้อยละ
ความสะอาดของสถานที่ท่องเที่ยว
19.9
ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
13.3
ที่พัก อาหาร ค่าโดยสาร มีราคาแพง
13.3


                 ชะอำ หัวหิน

 
ร้อยละ
ความสะอาดของสถานที่ท่องเที่ยว
62.4
ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
8.9
ที่พัก อาหาร ค่าโดยสาร มีราคาแพง
8.5


                 ภูเก็ต

 
ร้อยละ
ความสะอาดของสถานที่ท่องเที่ยว
35.2
ที่พัก อาหาร ค่าโดยสาร มีราคาแพง
19.2
ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
17.8


                 พัทยา ชลบุรี

 
ร้อยละ
ความสะอาดของสถานที่ท่องเที่ยว
53.6
ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
14.9
แหล่งบันเทิง การขายบริการ
8.4
 
 
             7. สิ่งที่ต้องการให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำมากที่สุด (5 อันดับแรก) เพื่อกระตุ้น
                 การท่องเที่ยวของไทย คือ
  (เป็นคำถามปลายเปิดให้ผู้ตอบระบุเอง)

 
ร้อยละ
ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ทำเศรษฐกิจให้ดี
19.2
ทำโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย
18.4
จัดโปรโมชั่น ลดราคา
16.7
ควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดให้ได้
11.4
ทำการเมืองให้สงบ
10.7
 
รายละเอียดในการสำรวจ
วัตถุประสงค์ในการสำรวจ:
                  เพื่อสอบถามความคิดเห็นของของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร เกี่ยวกับการท่องเที่ยวในประเทศช่วงครึ่ง
ปีหลัง เพื่อสะท้อนข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ
 
ระเบียบวิธีการสำรวจ:
                  การสำรวจใช้การสุ่มตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป  ทุกสาขาอาชีพที่อาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร
ด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-Stage Sampling)  โดยการสุ่มเขตการปกครองทั้งเขตชั้นนอก  ชั้นกลาง
และชั้นใน จำนวนทั้งสิ้น 31 เขต  ได้แก่  คลองสาน คลองสามวา จตุจักร จอมทอง ดินแดง ดุสิต ทวีวัฒนา ทุ่งครุ ธนบุรี
บางกอกน้อย บางเขน บางแค บางซื่อ บางพลัด บางรัก ปทุมวัน ประเวศ พญาไท พระโขนง พระนคร ภาษีเจริญ มีนบุรี
ยานนาวา ราษฎร์บูรณะ ลาดกระบัง สะพานสูง สัมพันธวงศ์ สาทร สายไหม หนองแขม และหลักสี่   จากนั้นจึงสุ่มถนนและ
ประชากรเป้าหมายที่จะสัมภาษณ์อย่างเป็นระบบ และใช้วิธีเก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์แบบพบตัว  ได้กลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น
จำนวน 1,116 คน  เป็นเพศชายร้อยละ 49.4  และเพศหญิงร้อยละ 50.6
 
ความคลาดเคลื่อน (Margin of Error):
                  ในการประมาณการขนาดตัวอย่างมีขอบเขตของความคลาดเคลื่อน  3% ที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
 
วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล:
                  ใช้การสัมภาษณ์แบบพบตัว โดยเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเป็นแบบสอบถามที่มีโครงสร้างแน่นอน
ประกอบด้วยข้อคำถามแบบเลือกตอบ (Check List Nominal) และคำถามปลายเปิด (Open Form) จากนั้นคณะนักวิจัย
ได้นำแบบสอบถามทุกชุดมาตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์ก่อนบันทึกข้อมูลและประมวลผล
 
ระยะเวลาในการเก็บข้อมูล: 31 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2552
 
วันที่เผยแพร่ผลสำรวจ: 7 สิงหาคม 2552
 
สรุปข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มตัวอย่าง:
ตารางข้อมูลประชากรศาสตร์
 
จำนวน
ร้อยละ
เพศ:    
             ชาย
551
49.4
             หญิง
565
50.6
รวม
1,116
100.0
อายุ:
 
 
             18 – 25 ปี
314
28.2
             26 – 35 ปี
306
27.4
             36 – 45 ปี
256
22.9
            46 ปีขึ้นไป
240
21.5
รวม
1,116
100.0
จบการศึกษา:
 
 
             ต่ำกว่าปริญญาตรี
635
57.2
             ปริญญาตรี
409
36.7
             สูงกว่าปริญญาตรี
72
6.1
รวม
1,116
100.0
อาชีพ:
 
 
             ข้าราชการ / พนักงานรัฐวิสาหกิจ
115
10.3
             พนักงาน / ลูกจ้างบริษัทเอกชน
291
26.1
             ค้าขาย / อาชีพส่วนตัว
278
24.9
             รับจ้างทั่วไป
153
13.7
             พ่อบ้าน / แม่บ้าน/ เกษียณอายุ
82
7.3
             อื่นๆ เช่น นักศึกษา ว่างงาน
197
17.7
รวม
1,116
100.0
 
Vote:  ดีมาก(5) ดี (4) ปานกลาง(3) พอใช้ (2) แย่ (1)  
 ผลคะแนนVote              
 
Download PDF file:  
 
ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์)
Email: bangkokpoll@bu.ac.th      โทร. 0-2350-3500 ต่อ 1770-1776