หัวข้อ   “ 1 ปีรัฐบาลยิ่งลักษณ์กับการแก้ปัญหาไฟใต้ ”
ประชาชนชายแดนใต้ 90% ชี้รัฐไม่จริงจังกับการแก้ปัญหา   59.2% เชื่อรัฐแก้ปัญหาไม่ถูกทาง 43.4% 
ย้ำการประกาศเคอร์ฟิวไม่ช่วยลดหรือแก้ปัญหาได้  และยิ่งไปกว่าประชาชน 79.8% ระบุใช้ชีวิตด้วยความ
หวาดกลัว
 
ดีมาก (5)
ดี (4)
ปานกลาง (3)
พอใช้ (2)
แย่ (1)
 
 
                 ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง
“1 ปีรัฐบาลยิ่งลักษณ์กับการแก้ปัญหาไฟใต้” โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนอายุ 18 ปี
ขึ้นไปที่พักอาศัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงและมีเหตุการณ์ความไม่
สงบเกิดขึ้น ผลสำรวจพบว่า
 
                 ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่คิดเป็นร้อยละ 55.4 เห็นว่ารัฐบาลไม่
ค่อยจริงจังกับการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
รองลงมา
ร้อยละ 35.0 เห็นว่าไม่จริงจังเลย และมีเพียงร้อยละ 9.6 เท่านั้นที่เห็นว่ารัฐบาลจริงจังกับ
การแก้ปัญหา เมื่อถามต่อว่าแนวทางการแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ของภาครัฐเดินมาถูกทางหรือไม่ ประชาชนส่วนใหญ่คิดเป็นร้อยละ 59.2 เชื่อว่า
เดินมาไม่ถูกทาง
มีเพียงร้อยละ 6.1 เท่านั้นที่เชื่อว่าเดินมาถูกทางแล้ว ขณะที่ประชาชน
ร้อยละ 34.7 ไม่แน่ใจ
 
                 ทั้งนี้ประชาชนเชื่อว่า  ปัจจัยที่ทำให้ภาครัฐยังไม่สามารถแก้ปัญหา
จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้มากที่สุด คือ ความไม่จริงจัง จริงใจ และขาดการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
ของภาครัฐ ในการแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ (ร้อยละ 22.8)
รองลงมาคือ การทุจริตคอร์รัปชั่น มีผล
ประโยชน์ของผู้ค้าหนีภาษี ความเห็นแก่เงินของเจ้าหน้าที่ภาครัฐ (ร้อยละ 17.4) และความไม่เข้าใจปัญหา รวมถึงการแก้
ปัญหาที่ไม่ตรงจุดของภาครัฐ (ร้อยละ 13.9)
 
                 ด้านความเห็นของประชาชนต่อวิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้องที่ภาครัฐควรนำมาปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหา
ชายแดนภาคใต้มากที่สุด คือ ควรปฏิบัติตามกฎหมายกับผู้กระทำความผิดอย่างจริงจังและเด็ดขาดมากกว่านี้
(ร้อยละ 39.8)
  รองลงมาคือ ภาครัฐควรเข้าใจและเข้าถึงคนในพื้นที่ให้มากกว่านี้ รวมถึงช่วยพัฒนาชุมชนทั้งการศึกษาและ
อาชีพ (ร้อยละ 24.6)  และภาครัฐควรจริงจังกับการแก้ปัญหาให้มากกว่านี้และต้องทำอย่างต่อเนื่อง (ร้อยละ 12.3)
 
                  สำหรับความเห็นของประชาชนต่อการประกาศเคอร์ฟิว ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จะช่วย
ลดหรือแก้ปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นได้หรือไม่ ประชาชนร้อยละ 43.4 เชื่อว่าไม่ได้
  มีเพียงร้อยละ 16.7 ที่เชื่อ
ว่าได้  ขณะที่ร้อยละ 39.9 ไม่แน่ใจ
 
                  ด้านความพอใจในการปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ของเจ้าหน้าที่
ภาครัฐในทุกวันนี้พบว่า ประชาชนร้อยละ 50.8 บอกว่าไม่ค่อยพอใจ
  รองลงมาร้อยละ 29.5 บอกว่าพอใจ  ขณะที่
ร้อยละ 19.7 บอกว่าไม่พอใจเลย
 
                  เมื่อถามถึงความรู้สึกของประชาชนต่อการใช้ชีวิตท่ามกลางปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัด
ชายแดนภาคใต้ ที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ ประชาชนร้อยละ 57.4 บอกว่ารู้สึกหวาดกลัวแต่เริ่มชินชาแล้ว
  รองลงมา
ร้อยละ 22.5 บอกว่ารู้สึกหวาดกลัวอยู่ตลอดเวลา  ขณะที่ร้อยละ 20.1 บอกว่าใช้ชีวิตตามปกติ
 
                  สุดท้ายเมื่อถามว่าปัจจุบันนี้เห็นสัญญาณความสงบที่จะเกิดขึ้นในช่วง 3 เดือนข้างหน้าบ้าง
หรือไม่ ประชาชนร้อยละ 94.1 ระบุว่ายังคงมืดมน
  มีเพียงร้อยละ 4.7 เท่านั้นที่เห็นว่าเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้นบ้าง
และเมื่อถามต่อด้วยคำถามเดิมว่าแล้วอีก 6 เดือนข้างหน้าสัญญาณความสงบจะเกิดขึ้นบ้างหรือไม่ ประชาชน
ร้อยละ 90.3 ระบุว่ายังคงมืดมนต่อไป
  มีเพียงร้อยละ 8.5 เท่านั้นเห็นว่าเริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นบ้าง
 
                  รายละเอียดต่อไปนี้
 
             1. รัฐบาลจริงจังกับการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือไม่

 
ร้อยละ
จริงจัง
9.6
ไม่ค่อยจริงจัง
55.4
ไม่จริงจังเลย
35.0
 
 
             2. แนวทางการแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ของภาครัฐเดินมาถูกทาง หรือไม่

 
ร้อยละ
เชื่อว่าเดินมาถูกทางแล้ว
6.1
เชื่อว่าเดินมาไม่ถูกทาง
59.2
ไม่แน่ใจ
34.7
 
 
             3. ปัจจัยที่ทำให้ยังไม่สามารถแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ได้ (5อันดับแรก) พบว่า
                 (เป็นคำถามปลายเปิดให้ผู้ตอบระบุเอง)

 
ร้อยละ
ความไม่จริงจัง จริงใจ และขาดการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
ของภาครัฐ ในการแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้
22.8
การทุจริตคอร์รัปชั่น มีผลประโยชน์ของผู้ค้าหนีภาษี ความเห็นแก่เงินของ
เจ้าหน้าที่ภาครัฐ
17.4
ความไม่เข้าใจปัญหา รวมถึงการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุดของภาครัฐ
13.9
การขาดมาตรการและบทลงโทษทางกฎหมายที่จริงจัง
13.5
การไม่ร่วมมือกันระหว่างประชาชนในพื้นที่กับเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ขาดความสามัคคี
11.4
 
 
             4. ความเห็นต่อวิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้องที่ภาครัฐควรนำมาปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ได้
                 (5อันดับแรก) พบว่า (เป็นคำถามปลายเปิดให้ผู้ตอบระบุเอง)

 
ร้อยละ
ควรปฏิบัติตามกฎหมายกับผู้กระทำความผิดอย่างจริงจังและเด็ดขาด
มากกว่านี้
39.8
ภาครัฐควรเข้าใจและเข้าถึงคนในพื้นที่ให้มากกว่านี้ รวมถึงช่วยพัฒนาชุมชน
ทั้งการศึกษาและอาชีพ
24.6
ภาครัฐควรจริงจังกับการแก้ปัญหาให้มากกว่านี้และต้องทำอย่างต่อเนื่อง
12.3
ให้คนในพื้นที่และเจ้าหน้าที่ภาครัฐจับมือกันร่วมแก้ปัญหา
11.0
ให้เลิกทุจริต โกงกิน เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตน
4.2
 
 
             5. ความเห็นต่อการประกาศเคอร์ฟิว ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จะช่วยลด/แก้ปัญหา
                 ความรุนแรงที่เกิดขึ้นได้หรือไม่

 
ร้อยละ
เชื่อว่าได้
16.7
เชื่อว่าไม่ได้
43.4
ไม่แน่ใจ
39.9
 
 
             6. ทุกวันนี้ ท่านพอใจการปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ของเจ้าหน้าที่
                 ภาครัฐหรือไม่

 
ร้อยละ
พอใจ
29.5
ไม่ค่อยพอใจ
50.8
ไม่พอใจเลย
19.7
 
 
             7. ความรู้สึกต่อการใช้ชีวิตท่ามกลางปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ที่เกิดขึ้นทุกวันนี้

 
ร้อยละ
รู้สึกหวาดกลัวอยู่ตลอดเวลา
22.5
รู้สึกหวาดกลัวแต่เริ่มชินชาแล้ว
57.4
ใช้ชีวิตตามปกติ
20.1
 
 
             8. ความคิดเห็นต่อสัญญาณความสงบที่จะเกิดขึ้นในช่วง 3 และ 6 เดือนข้างหน้าในพื้นที่จังหวัด
                 ชายแดนภาคใต้

 
ช่วง 3 เดือนข้างหน้า
(ร้อยละ)
ช่วง 6 เดือนข้างหน้า
(ร้อยละ)
ยังคงมืดมน
94.1
90.3
เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นบ้าง
4.7
8.5
มั่นใจว่าความสงบจะเกิดขึ้น
1.2
1.2
 
 
รายละเอียดในการสำรวจ
วัตถุประสงค์ในการสำรวจ:
                  1. เพื่อสะท้อนความรู้สึกของประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อปัญหาความไม่สงบและความรุนแรงที่
                      เกิดขึ้น
                  2. เพื่อสะท้อนความเห็นของประชาชนที่มีต่อแนวทางการแก้ปัญหาของภาครัฐในปัจจุบัน รวมถึงความเห็น
                      ที่มีต่อการประกาศเคอร์ฟิวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าจะช่วยลด/แก้ปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้น
                      ได้หรือไม่
                  3. เพื่อต้องการทราบปัจจัยที่ทำให้ยังไม่สามารถแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ได้ และวิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้อง
                      ในความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่
                  4. เพื่อเป็นข้อมูลให้กับภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้น
 
ระเบียบวิธีการสำรวจ:
                  การสำรวจใช้การสุ่มตัวอย่างจากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปในทุกสาขาอาชีพ ในเขตพื้นที่จังหวัดชายแดน
ภาคใต้   ด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบสุ่มกลุ่ม (Cluster Sampling) โดยการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 จังหวัดประกอบด้วย นราธิวาส
ปัตตานี ยะลา และสงขลา (เฉพาะพื้นที่เสี่ยงในบางอำเภอ) จากนั้นจึงทำการสุ่มเลือกอำเภอจำนวน 2 อำเภอในแต่ละจังหวัด
และใช้วิธีเก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์แบบพบตัว ได้กลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้นจำนวน 427 คน เป็นชายร้อยละ 46.4 และหญิง
ร้อยละ 53.6
 
ความคลาดเคลื่อน (Margin of Error):
                  ในการประมาณการขนาดตัวอย่างมีขอบเขตของความคลาดเคลื่อน  5% ที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
 
วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล:
                  ใช้การสัมภาษณ์แบบพบตัว โดยเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเป็นแบบสอบถามที่มีโครงสร้างแน่นอน
โดยเป็นข้อคำถามแบบเลือกตอบ (Check List Nominal) และคำถามปลายเปิดให้ผู้ตอบระบุคำตอบเองโดยอิสระ (Open
Form)  จากนั้นคณะนักวิจัยได้นำแบบสอบถามทุกชุดมาตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์ก่อนบันทึกข้อมูลและประมวลผล
 
ระยะเวลาในการเก็บข้อมูล:  7 - 14 สิงหาคม 2555
 
วันที่เผยแพร่ผลสำรวจ: 20 สิงหาคม 2555
 
สรุปข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มตัวอย่าง:
ตารางข้อมูลประชากรศาสตร์
 
จำนวน
ร้อยละ
จำนวนรวมทั้งหมด
427
100.0
เพศ:    
             ชาย
198
46.4
             หญิง
229
53.6
อายุ:
 
 
             18 – 25 ปี
85
19.8
             26 – 35 ปี
117
27.4
             36 – 45 ปี
102
23.8
             46 ปีขึ้นไป
123
29.0
การศึกษา:
 
 
             ต่ำกว่าปริญญาตรี
204
47.9
             ปริญญาตรี
199
46.5
             สูงกว่าปริญญาตรี
24
5.6
อาชีพ:
 
 
             ข้าราชการ / พนักงานรัฐวิสากิจ
140
32.9
             พนักงาน / ลูกจ้าง บริษัทเอกชน
47
10.9
             ค้าขาย / ประกอบอาชีพส่วนตัว
48
11.2
             รับจ้างทั่วไป
57
13.4
             เกษตรกร
69
16.2
             นักศึกษา
39
9.2
             พ่อบ้าน / แม่บ้าน / เกษียณอายุ
12
2.7
             อื่นๆ อาทิ อาชีพอิสระ ว่างงาน เป็นต้น
15
3.5
 
ติดตามกรุงเทพโพลล์ผ่าน twitter ได้ที่  twitter bangkokpoll
Download PDF file:  
 
ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์)
Email: bangkokpoll@bu.ac.th      โทร. 0-2350-3500 ต่อ 1770-1776