หัวข้อ   “ ความเห็นของคนกรุงต่อการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ”
คนกรุงเทพฯ เกือบ 80 % ไม่ต้องการนโยบายประชานิยมของรัฐ หากต้องมาพร้อมกับการทุจริตคอร์รัปชั่น
ชี้โครงการรับจำนำข้าวมีปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นมากที่สุด  ยกยิ่งลักษณ์เป็นนักการเมืองที่มีภาพลักษณ์ของ
ความซื่อสัตย์สุจริตมากที่สุด
 
ดีมาก (5)
ดี (4)
ปานกลาง (3)
พอใช้ (2)
แย่ (1)
 
 
                 องค์กรเพื่อความโปร่งใสสากล หรือ Transparency International ได้จัด
อันดับภาพลักษณ์ความโปร่งใสของประเทศต่างๆ ประจำปี 2012 พบว่าประเทศไทยอยู่
อันดับที่ 88 จากการสำรวจทั้งหมด 176 ประเทศทั่วโลก กอร์ปกับในวันที่ 9 ธันวาคม
ที่จะถึงนี้เป็นวันต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่นสากล ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ
(กรุงเทพโพลล์) จึงทำการสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง “ความเห็นของ
คนกรุงต่อการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นยุครัฐบาล ยิ่งลักษณ์”
โดยเก็บข้อมูลกับ
ประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้กลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้นจำนวน 1,039 คน
พบว่า
 
                 คนกรุงเทพฯ ร้อยละ 88.0 เห็นว่าระดับความรุนแรงของการทุจริต
คอร์รัปชั่นในสังคมไทย อยู่ในระดับค่อนข้างมากถึงมากที่สุด
  ขณะที่ร้อยละ 12.0
เห็นว่าอยู่ในระดับน้อยถึงน้อยที่สุด โดยเมื่อถามต่อว่าต้นเหตุสำคัญที่ทำให้สังคมไทย
มีปัญหาเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่นอยู่ในปัจจุบัน ร้อยละ 62.9 ระบุว่าคือ นักการเมือง
ระดับชาติ (สส./ สว.)
   รองลงมาร้อยละ 57.5 ระบุว่าคือ นักการเมืองท้องถิ่น (อบต./
อบจ./ สก./ สข.)  และร้อยละ 50.1 ระบุว่าคือ ตัวกฎหมายมีช่องโหว่ล้าสมัย
 
                 ส่วนความเห็นต่อรัฐบาลชุดปัจจุบันให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นมากน้อยเพียงใด
ร้อยละ 64.2 เห็นว่าให้ความสำคัญค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด
   ขณะที่ร้อยละ 35.8 ให้ความสำคัญค่อนข้างมาก
ถึงมากที่สุด   ทั้งนี้เมื่อถามต่อว่าพอใจต่อการแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นของรัฐบาลชุดปัจจุบันมากน้อยเพียงใด
ร้อยละ 69.9 พอใจค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด
  ขณะที่ร้อยละ 30.1 พอใจค่อนข้างมากถึงมากที่สุด
 
                  เมื่อถามว่า “หากการมีนโยบายประชานิยมของรัฐบาลต้องมาพร้อมกับการทุจริตคอร์รัปชั่นแล้ว
ยังต้องการนโยบายดังกล่าวหรือไม่” คนกรุงเทพฯ ร้อยละ 79.1 ระบุว่าไม่ต้องการ
   ขณะที่ร้อยละ 20.9 ระบุว่า
ต้องการ   โดยโครงการของรัฐบาลชุดปัจจุบันที่คนกรุงเทพฯ เห็นว่ามีปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นมากที่สุด
อันดับแรกคือ โครงการรับจำนำข้าว (ร้อยละ 51.8)
  รองลงมาคือ โครงการฟื้นฟูภัยพิบัติและบริหารจัดการน้ำ (ร้อยละ
19.3) และ โครงการแท็บเล็ต ป.1 (ร้อยละ 8.9)
 
                  สุดท้ายเมื่อถามว่า “หากประเทศไทยยังไม่สามารถแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นได้ จะเป็นอุปสรรค
ต่อการลงทุนของต่างประเทศมากน้อยเพียงใดหากมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)” คนกรุงเทพฯ
ร้อยละ 83.7 เห็นว่าค่อนข้างมากถึงมากที่สุด
   ขณะที่ร้อยละ 16.3 เห็นว่าค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด
 
                  ส่วนนักการเมืองไทยในปัจจุบันที่มีภาพลักษณ์ของความซื่อสัตย์สุจริตมากที่สุดอันดับแรกคือ
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (ร้อยละ 35.0)
  รองลงมาคือ นายชวน หลีกภัย (ร้อยละ 32.3) และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
(ร้อยละ 14.6)
 
                  รายละเอียดดังต่อไปนี้
 
 
             1. ระดับความรุนแรงของการทุจริตคอร์รัปชั่นในสังคมไทย

 
ร้อยละ
ค่อนข้างมากถึงมากที่สุด
(โดยแบ่งเป็นค่อนข้างมากร้อยละ 58.6 และมากที่สุดร้อยละ 29.4)
88.0
ค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด
(โดยแบ่งเป็นค่อนข้างน้อยร้อยละ 9.5 และน้อยที่สุดร้อยละ 2.5)
12.0
 
 
             2. ต้นเหตุสำคัญที่ทำให้สังคมไทยมีปัญหาเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่นอยู่ในปัจจุบัน (5 อันดับแรก) พบว่า
                 (เลือกตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)

 
ร้อยละ
นักการเมืองระดับชาติ (สส./ สว.)
62.9
นักการเมืองท้องถิ่น (อบต./ อบจ./ สก./ สข.)
57.5
ตัวกฎหมายมีช่องโหว่ล้าสมัย
50.1
คนไทยมีค่านิยมหรือไม่จริงจังในการแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น
48.5
ระบบราชการ
42.1
 
 
             3. ความเห็นต่อรัฐบาลชุดปัจจุบันให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นมากน้อยเพียงใด

 
ร้อยละ
ค่อนข้างมากถึงมากที่สุด
(โดยแบ่งเป็นค่อนข้างมากร้อยละ 28.2 และมากที่สุดร้อยละ 7.6)
35.8
ค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด
(โดยแบ่งเป็นค่อนข้างน้อยร้อยละ 48.1และน้อยที่สุดร้อยละ 16.1)
64.2
 
 
             4. ความพอใจต่อการแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นของรัฐบาลชุดปัจจุบันมากน้อยเพียงใด

 
ร้อยละ
ค่อนข้างมากถึงมากที่สุด
(โดยแบ่งเป็นค่อนข้างมากร้อยละ 23.0 และมากที่สุดร้อยละ 7.1)
30.1
ค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด
(โดยแบ่งเป็นค่อนข้างน้อยร้อยละ 47.5 และน้อยที่สุดร้อยละ 22.4)
69.9
 
 
             5. ความเห็นต่อข้อคำถามที่ว่า “หากการมีนโยบายประชานิยมของรัฐบาลต้องมาพร้อมกับการทุจริต
                 คอร์รัปชั่นแล้ว ท่านยังต้องการนโยบายดังกล่าวหรือไม่”

 
ร้อยละ
ต้องการ
20.9
ไม่ต้องการ
79.1
 
 
             6. โครงการของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ที่มีปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นมากที่สุด (5 อันดับแรก)

 
ร้อยละ
โครงการรับจำนำข้าว
51.8
โครงการฟื้นฟูภัยพิบัติและบริหารจัดการน้ำ
19.3
โครงการแท็บเล็ต ป.1
8.9
โครงการกองทุนหมู่บ้าน SML
5.8
โครงการรถยนต์คันแรก
3.8
 
 
             7. ความเห็นต่อข้อคำถามที่ว่า “หากประเทศไทยยังไม่สามารถแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นได้
                 จะเป็นอุปสรรคต่อการ ลงทุนของต่างประเทศมากน้อยเพียงใดหากมีการเปิดประชาคม
                 เศรษฐกิจอาเซียน (AEC)”

 
ร้อยละ
ค่อนข้างมากถึงมากที่สุด
(โดยแบ่งเป็นค่อนข้างมากร้อยละ 55.9 และมากที่สุดร้อยละ 27.8)
83.7
ค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด
(โดยแบ่งเป็นค่อนข้างน้อยร้อยละ 12.5 และน้อยที่สุดร้อยละ 3.8)
16.3
 
 
             8. นักการเมืองไทยในปัจจุบันที่มีภาพลักษณ์ของความซื่อสัตย์สุจริตมากที่สุด (5 อันดับแรก)
                 (เป็นคำถามปลายเปิดให้ผู้ตอบระบุเอง)

 
ร้อยละ
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
35.0
นายชวน หลีกภัย
32.3
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
14.6
นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์
8.8
ร.ต.อ. ดร.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์
5.0
 
 
รายละเอียดในการสำรวจ
วัตถุประสงค์ในการสำรวจ:
                  เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน ในเรื่องระดับความรุนแรงและต้นเหตุสำคัญของการทุจริตคอร์รัปชั่นใน
สังคมไทย การให้ความสำคัญและความพอใจต่อการแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นของรัฐบาลชุดปัจจุบัน นโยบายประชานิยม
กับปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น โครงการของรัฐบาลที่มีปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นมากที่สุด การทุจริตคอร์รัปชั่นในประเทศไทย
จะเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนต่างประเทศมากน้อยเพียงใดหากมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) และนักการเมือง
ที่มีภาพลักษณ์ของความสื่อสัตย์สุจริตมากที่สุด
 
ระเบียบวิธีการสำรวจ:
                  การสำรวจใช้การสุ่มตัวอย่างจากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปในทุกสาขาอาชีพ ในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน
26 เขต จากทั้งหมด 50 เขต ทั้งเขตชั้นใน ชั้นกลาง และชั้นนอก ได้แก่ คลองเตย คลองสามวา จตุจักร ดอนเมือง ดินแดง
ดุสิต ตลิ่งชัน บางกอกน้อย บางกะปิ บางขุนเทียน บางคอแหลม บางซื่อ บางนา บางพลัด บางรัก ปทุมวัน ป้อมปราบฯ
พระโขนง พระนคร ภาษีเจริญ ราชเทวี ลาดกระบัง สวนหลวง สะพานสูง สาทร และสายไหม ด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบหลาย
ขั้นตอน (Multi-Stage Sampling) จากนั้นใช้วิธีเก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์แบบพบตัว ได้กลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้นจำนวน
1,039 คน เป็นชายร้อยละ 50.1 และหญิงร้อยละ 49.9
 
ความคลาดเคลื่อน (Margin of Error):
                  ในการประมาณการขนาดตัวอย่างมีขอบเขตของความคลาดเคลื่อน  4% ที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
 
วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล:
                  ใช้การสัมภาษณ์แบบพบตัว โดยเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเป็นแบบสอบถามที่มีโครงสร้างแน่นอน โดยเป็น
ข้อคำถามแบบเลือกตอบ (Check List Nominal) และคำถามแบบปลายเปิด จากนั้นคณะนักวิจัยได้นำแบบสอบถามทุกชุด
มาตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์ก่อนบันทึกข้อมูลและประมวลผล
 
ระยะเวลาในการเก็บข้อมูล:  28 พฤศจิกายน - 4 ธันวาคม 2555
 
วันที่เผยแพร่ผลสำรวจ: 7 ธันวาคม 2555
 
สรุปข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มตัวอย่าง:
ตารางข้อมูลประชากรศาสตร์
 
จำนวน
ร้อยละ
เพศ:    
             ชาย
521
50.1
             หญิง
518
49.9
รวม
1,039
100.0
อายุ:
 
 
             18 – 25 ปี
268
25.8
             26 – 35 ปี
281
27.0
             36 – 45 ปี
251
24.2
             46 ปีขึ้นไป
239
23.0
รวม
1,039
100.0
การศึกษา:
 
 
             ต่ำกว่าปริญญาตรี
633
60.9
             ปริญญาตรี
365
35.2
             สูงกว่าปริญญาตรี
41
3.9
รวม
1,039
100.0
อาชีพ:
 
 
             ข้าราชการ / พนักงานรัฐวิสากิจ
101
9.7
             พนักงาน / ลูกจ้าง บริษัทเอกชน
316
30.4
             ค้าขาย / ประกอบอาชีพส่วนตัว
253
24.4
             รับจ้างทั่วไป
157
15.1
             พ่อบ้าน / แม่บ้าน / เกษียณอายุ
69
6.6
             นักศึกษา
127
12.2
             อื่นๆ อาทิ อาชีพอิสระ ว่างงาน เป็นต้น
16
1.6
รวม
1,039
100.0
 
ติดตามกรุงเทพโพลล์ผ่าน twitter ได้ที่  twitter bangkokpoll
Download PDF file:  
 
ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์)
Email: bangkokpoll@bu.ac.th      โทร. 0-2350-3500 ต่อ 1770-1776