หัวข้อ   “ครม.ยิ่งลักษณ์ 4 กับนายกรัฐมนตรีสำรอง”
ประชาชนหนุนให้มีการปรับ ครม. เล็กๆ ตามความเหมาะสมมากกว่าที่จะปรับเพียงตำแหน่งเดียวที่ว่างลง
และร้อยละ 56.3 บอก “ไม่เชื่อ” กรณีนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ถูกวางตัวให้เป็นนายกฯ สำรอง
 
ดีมาก (5)
ดี (4)
ปานกลาง (3)
พอใช้ (2)
แย่ (1)
 
 
                 ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) เปิดเผยผลสำรวจ
ความคิดเห็นประชาชนเรื่อง “ครม.ยิ่งลักษณ์ 4 กับนายกรัฐมนตรีสำรอง” ซึ่งเก็บ
ข้อมูลกับประชาชนที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป และพักอาศัยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพ ฯ และ
ปริมณฑลในช่วงวันที่ 19 – 21 มีนาคม ที่ผ่านมา จำนวน 1,123 คน พบว่า
 
                 ประชาชนร้อยละ 55.1 ทราบกระแสข่าวเกี่ยวกับการปรับ ครม.
ยิ่งลักษณ์ 4
ขณะที่ ร้อยละ 44.9 บอกว่า ไม่ทราบ ทั้งนี้หากมีการปรับ ครม.
จริง ประชาชนร้อยละ 41.8 ต้องการให้มีการปรับเล็กๆ ไม่กี่ตำแหน่งตาม
ความเหมาะสม
รองลงมาร้อยละ 30.3 ต้องการให้ปรับใหญ่หลายตำแหน่ง และ
ร้อยละ 25.0 ต้องการให้ปรับเฉพาะตำแหน่งที่ว่างอยู่ทดแทนตำแหน่งของ
นายชุมพล ศิลปอาชา (ที่ถึงแก่อสัญกรรม)
 
                 โดยเกณฑ์ที่ประชาชนต้องการให้นายกรัฐมนตรีใช้ในการคัดเลือก
บุคคลเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในแต่ละกระทรวง
อันดับแรก คือ มีความรู้
ความสามารถ เชี่ยวชาญเหมาะกับตำแหน่งที่ได้รับ (ร้อยละ 50.9)
รองลงมา
คือ มีความซื่อสัตย์ สุจริต ไม่คดโกง ไม่คอร์รัปชั่น (ร้อยละ 18.0) และ มีประวัติดี
และประสบการณ์เป็นที่ยอมรับ (ร้อยละ 12.3)
 
                  ส่วนรัฐมนตรีที่ประชาชนอยากให้ปรับเปลี่ยนออกมากที่สุด คือ รัฐมนตรีที่ดูแลด้านเศรษฐกิจ ร้อยละ 41.0
รองลงมาคือรัฐมนตรีที่ดูแลด้านการศึกษา ร้อยละ 13.1 และรัฐมนตรีที่ดูแลด้านความมั่นคงของประเทศ ร้อยละ12.8
 
                 สำหรับทิศทางการทำงานของรัฐบาลหลังการปรับ ครม. ถ้าหากมีการปรับ ครม. ยิ่งลักษณ์ 4 จริง คือ ร้อยละ
50.0 คาดว่าการทำงานจะดีขึ้น
  ร้อยละ 44.3 คาดว่าการทำงานจะเหมือนเดิม  และร้อยละ 5.7 คาดว่าการทำงานจะแย่ลง
 
                  เมื่อถามถึงคะแนนนิยมของรัฐบาลหากมีการดึง ส.ส. จากกลุ่มมัชฌิมา เข้าร่วมรัฐบาลในการปรับ ครม. ครั้งนี้
โดย ประชาชนร้อยละ 57.6 ระบุว่า “คะแนนนิยมจะเท่าเดิม”  รองลงมาร้อยละ 25.1 ระบุว่า “คะแนนนิยมจะเพิ่มขึ้น”
และร้อยละ 17.3 ระบุว่า “คะแนนนิยมจะลดลง”
 
                  ทั้งนี้เมื่อถามต่อว่า ประเด็นการลาออกของ นายเกษม นิมมลรัตน์ ส.ส. เขต 3 จ. เชียงใหม่ และมีชื่อ
นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ที่จะมาลงเลือกตั้งซ่อมแทน คิดว่ามีนัยทางการเมืองหรือไม่   ประชาชนร้อยละ 34.6 เห็นว่า
มีนัยทางการเมืองแน่นอน
  รองลงมาร้อยละ 33.6 เห็นว่า อาจจะมี  ขณะที่ร้อยละ 7.0 เห็นว่า ไม่มีแน่นอน
 
                  สุดท้ายเมื่อถามว่า เชื่อหรือไม่กับเรื่องที่ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ถูกวางตัวให้เป็นนายกรัฐมนตรี คนต่อไป
แทนนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หากมีอุบัติเหตุทางการเมือง (ปปช. ชี้มูลความผิด เนื่องจากการแจ้งบัญชี ทรัพย์สินและ
หนี้สินอันเป็นเท็จ ) พบว่า ประชาชนร้อยละ 56.3 บอกว่าไม่เชื่อ  ขณะที่ ร้อยละ 43.7 บอกว่าเชื่อ
 
                  รายละเอียดดังต่อไปนี้
 
 
             1. การรับทราบกระแสข่าวเกี่ยวกับการปรับ ครม. ยิ่งลักษณ์ 4 ในช่วงเวลานี้

 
ร้อยละ
ทราบ
55.1
ไม่ทราบ
44.9
 
 
             2. รูปแบบของการปรับ ครม. ที่ประชาชนต้องการ ในครั้งนี้ คือ

 
ร้อยละ
ปรับใหญ่หลายตำแหน่ง
30.3
ปรับเล็กๆ ไม่กี่ตำแหน่ง ตามความเหมาะสม
41.8
ปรับเฉพาะตำแหน่งที่ว่างอยู่ ทดแทนตำแหน่งของ นายชุมพล ศิลปอาชา
(ที่ถึงแก่อสัญกรรม)
25.0
อื่นๆ อาทิ ไม่ควรปรับในเวลานี้
2.9
 
 
             3. เกณฑ์ที่อยากให้นายกรัฐมนตรีใช้ในการคัดเลือกบุคคลเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในแต่ละ
                 กระทรวง 5 อันดับแรก คือ (เป็นคำถามปลายเปิดผู้ตอบระบุเอง)

 
ร้อยละ
มีความรู้ความสามารถเชี่ยวชาญเหมาะกับตำแหน่งที่ได้รับ
50.9
มีความซื่อสัตย์ สุจริต ไม่คดโกง ไม่คอร์รัปชั่น
18.0
มีประวัติ และประสบการณ์เป็นที่ยอมรับ
12.3
เป็นคนดีมีคุณธรรม
6.7
ขยันทำงาน มีความรับผิดชอบ เป็นคนที่ทำงานจริง
4.9
 
 
             4. รัฐมนตรีที่ดูแลงานในแต่ละด้านของรัฐบาลชุดนี้ที่ประชาชนอยากให้มีการปรับเปลี่ยนออก
                 มากที่สุด 5 อันดับแรก คือ

 
ร้อยละ
ด้านเศรษฐกิจ
41.0
ด้านการศึกษา
13.1
ด้านความมั่นคงของประเทศ
12.8
ด้านสังคม
6.8
ด้านการคมนาคม
5.1
 
 
             5. ความเห็นเกี่ยวกับทิศทางการทำงานของรัฐบาลหลังการปรับ ครม. ถ้าหากมีการปรับ ครม.
                 ยิ่งลักษณ์ 4 จริง พบว่า

 
ร้อยละ
การทำงานจะดีขึ้น
50.0
การทำงานจะเหมือนเดิม
44.3
การทำงานจะแย่ลง
5.7
 
 
             6. ความเห็นเกี่ยวกับคะแนนนิยมของรัฐบาลถ้าหากมีการดึง ส.ส. จากกลุ่มมัชฌิมา เข้าร่วมรัฐบาล
                 ในการ ปรับ ครม. ครั้งนี้ คือ

 
ร้อยละ
คะแนนนิยมจะเพิ่มขึ้น
25.1
คะแนนนิยมจะเท่าเิดิม
57.6
คะแนนนิยมจะลดลง
17.3
 
 
             7. เมื่อถามว่าจากการลาออกของ นายเกษม นิมมลรัตน์ ส.ส. เขต 3 จังหวัดเชียงใหม่ และมีชื่อ
                 นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ที่จะมาลงเลือกตั้งซ่อมแทน คิดว่า มีนัยทางการเมืองหรือไม่พบว่า

 
ร้อยละ
มีแน่นอน
34.6
อาจจะมี
33.6
ไม่มีแน่นอน
7.0
ไม่แน่ใจ
24.8
 
 
             8. เมื่อถามว่า เชื่อหรือไม่กับเรื่องที่ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ (พี่สาวของนายกรัฐมนตรี) ถูกวางตัว
                 ให้เป็น นายกรัฐมนตรีคนต่อไป แทนนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หากมีอุบัติเหตุทางการเมือง
                 (ปปช. ชี้มูลความผิด เนื่องจากการแจ้งบัญชี ทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ) พบว่า

 
ร้อยละ
เชื่อ
43.7
ไม่เชื่อ
56.3
 
 
รายละเอียดในการสำรวจ
วัตถุประสงค์ในการสำรวจ:
                  เพื่อสอบถามความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่กรุงเทพ ฯ และปริมณฑลเกี่ยวกับความคิดเห็นที่มีต่อการปรับ
คณะรัฐมนตรี “ยิ่งลักษณ์ 4” ในประเด็นต่างๆ อาทิ รูปแบบในการปรับ ครม. เกณฑ์ที่อยากให้นายกฯ คำนึงถึงในการคัดเลือก
บุคคลเข้ามาดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทิศทางการทำงานหลังจากปรับ ครม. เป็นต้น รวมถึงความเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้ง
ซ่อม ส.ส. ในจังหวัดเชียงใหม่และบุคคลที่คาดว่าจะถูกวางตัวเป็นนายกสำรอง กรณีที่นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันมีอุบัติเหตุ
ทางการเมือง ทั้งนี้เพื่อสะท้อนมุมมองความคิดเห็นของประชาชนให้สังคมและผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ และนำไปใช้เป็น
แนวทางในการพัฒนาประเทศต่อไป
 
ระเบียบวิธีการสำรวจ:
                  การสำรวจใช้การสุ่มตัวอย่างจากประชาชนที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป ทั้งที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร และ
ปริมณฑล  ด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-Stage Sampling) โดยในกรุงเทพมหานคร จะสุ่มจากเขต
ปกครอง ชั้นใน ชั้นกลาง และชั้นนอก ได้แก่ เขตคลองเตย คลองสามวา ดินแดง ดุสิต ตลิ่งชัน ทุ่งครุ บางเขน บางซื่อ
บางนา บางบอน บางพลัด บางรัก บึงกุ่ม ปทุมวัน ประเวศ พญาไท พระนคร ภาษีเจริญ ราชเทวี ราษฎร์บูรณะ สวนหลวง
สะพานสูง สาทร หนองจอก และปริมณฑลคือ จังหวัดปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการ จากนั้นจึงสุ่มประชากรเป้าหมาย
ที่จะสัมภาษณ์อย่างเป็นระบบ ได้กลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 1,123 คน เป็นเพศชายร้อยละ 51.1 และเพศหญิงร้อยละ 48.9
 
ความคลาดเคลื่อน (Margin of Error):
                  ในการประมาณการขนาดตัวอย่างมีขอบเขตของความคลาดเคลื่อน  3% ที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
 
วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล:
                  ใช้การสัมภาษณ์แบบพบตัว (Face-to-face Interview) โดยเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเป็นแบบ
สอบถามที่มีโครงสร้างแน่นอน ประกอบด้วยข้อคำถามแบบเลือกตอบ (Check List Nominal) จากนั้นได้นำแบบสอบถาม
ทุกชุดมาตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์ก่อนบันทึกข้อมูลและประมวลผล
 
ระยะเวลาในการเก็บข้อมูล:  19 - 21 มีนาคม 2556
 
วันที่เผยแพร่ผลสำรวจ: 22 มีนาคม 2556
 
สรุปข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มตัวอย่าง:
ตารางข้อมูลประชากรศาสตร์
 
จำนวน
ร้อยละ
เพศ:    
             ชาย
574
51.1
             หญิง
549
48.9
รวม
1,123
100.0
อายุ:
 
 
             18 – 25 ปี
281
25.0
             26 – 35 ปี
293
26.1
             36 – 45 ปี
272
24.2
             46 ปีขึ้นไป
277
24.7
รวม
1,123
100.0
การศึกษา:
 
 
             ต่ำกว่าปริญญาตรี
692
61.6
             ปริญญาตรี
376
33.5
             สูงกว่าปริญญาตรี
55
4.9
รวม
1,123
100.0
อาชีพ:
 
 
             ข้าราชการ / พนักงานรัฐวิสากิจ
128
11.4
             พนักงาน / ลูกจ้าง บริษัทเอกชน
314
28.0
             ค้าขาย / ประกอบอาชีพส่วนตัว
323
28.8
             รับจ้างทั่วไป
159
14.2
             พ่อบ้าน / แม่บ้าน / เกษียณอายุ
64
5.7
             นักศึกษา
116
10.3
             อื่นๆ อาทิ อาชีพอิสระ ว่างงาน เป็นต้น
19
1.6
รวม
1,123
100.0
 
ติดตามกรุงเทพโพลล์ผ่าน twitter ได้ที่  twitter bangkokpoll
Download PDF file:  
 
ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์)
Email: bangkokpoll@bu.ac.th      โทร. 0-2350-3500 ต่อ 1770-1776