หัวข้อ   “ ยาเสพติดกับการปลดล็อคใบกระท่อม ”
ประชาชนกว่า 60 % เชื่อว่าการยกเลิกใบกระท่อมไม่สามารถลดคนเสพยาบ้าได้
แต่หากมีการยกเลิกจริง 49.2%เห็นว่าต้องควบคุมให้ปลูกเพื่อใช้ในทางการแพทย์เท่านั้น
 
ดีมาก (5)
ดี (4)
ปานกลาง (3)
พอใช้ (2)
แย่ (1)
 
 
                 ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) สำรวจความคิดเห็นประชาชน
อายุ 18 ปีขึ้นไป ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 1,171 คน พบว่าประชาชนส่วนใหญ่
ร้อยละ 70.5 คิดว่าใบกระท่อมเป็นยาเสพติด
และมีเพียงร้อยละ 29.5 เท่านั้นที่ไม่คิดว่า
เป็นยาเสพติด
 
                 สำหรับกรณีที่กระทรวงยุติธรรมจะแก้กฎหมายให้ยกเลิกใบกระท่อมพ้นจากบัญชี
ยาเสพติดนั้น ประชาชนร้อยละ 46.3 เห็นด้วยหากนำมาใช้ในวงการแพทย์เท่านั้น
รองลงมาร้อยละ 27.5 ไม่เห็นด้วยเด็ดขาดเพราะถือว่าเป็นยาเสพติด และร้อยละ 14.6 เห็นด้วย
และยอมรับได้ในทุกกรณี ที่เหลือร้อยละ 11.6 ไม่แน่ใจ
 
                 เมื่อถามว่าการยกเลิกใบกระท่อมพ้นจากบัญชียาเสพติดจะช่วยลดปริมาณคน
เสพยาบ้าได้หรือไม่ ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 61.1 ระบุว่า “แก้ไม่ได้”
มีเพียงร้อยละ
19.0 เท่านั้นที่ระบุว่า “แก้ได้” เช่นเดียวกับ ร้อยละ 60.2 ที่ไม่เชื่อว่าการยกเลิกใบกระท่อม
พ้นจากบัญชียาเสพติดจะช่วยลดเงื่อนไขความขัดแย้งใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ได้ มีเพียง
ร้อยละ 12.6 เท่านั้นที่ระบุว่า “แก้ได้” (การจับกุมคนเสพกระท่อม ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดน
ใต้เป็นชนวนเหตุเรื่องหนึ่ง ที่ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับมวลชนในพื้นที่)
 
                 อย่างไรก็ตาม หากมีการยกเลิกใบกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดจริง ประชาชนร้อยละ 49.2 เห็นว่าต้อง
ควบคุมให้ปลูกเพื่อใช้ในทางการแพทย์เท่านั้น
รองลงมาร้อยละ 38.7 เห็นว่าต้องควบคุมปริมาณและพื้นที่ปลูกให้ชัดเจน
และมีการขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง และมีเพียงร้อยละ 5.1 เท่านั้น ที่เห็นว่าไม่ต้องควบคุม ให้ปลูกได้อย่างเสรี
 
                  ทั้งนี้หากมีการดำเนินตามแนวคิดดังกล่าวจริง ประชาชนร้อยละ 52.2 มีความห่วงและกังวล โดยเรื่องที่
ห่วงและกังวลมากที่สุดคือ กลัวจะมีคนเสพใบกระท่อมมากขึ้นเพราะหาซื้อง่ายขึ้น (ร้อยละ 12.1)
กลัวจะเอาไปใช้
ในทางที่ผิดเอาไปดัดแปลง (ร้อยละ 9.2) และ กลัวลูกหลาน วัยรุ่น เยาวชน จะอยากรู้อยากลองมากขึ้น (ร้อยละ 8.7) ขณะที่
ประชาชนร้อยละ 47.8 ไม่ห่วงและกังวลเลย โดยให้เหตุผลว่าเป็นพืชสมุนไพรใช้รักษาโรคได้ (ร้อยละ12.6)
รอง
ลงมาคือฤทธิ์ไม่รุนแรง กินแล้วสู้แดด มีกำลัง และรุนแรงน้อยกว่าบุหรี่ (ร้อยละ 12.0) และคิดว่าไม่ใช่ยาเสพติด (ร้อยละ 6.1)
 
                 สุดท้ายเมื่อถามว่าการกินหรือเสพ ใบกระท่อมอาจนำไปสู่การเสพสิ่งเสพติดที่ร้ายแรงกว่าใช่หรือไม่
ประชาชนร้อยละ 45.6 ระบุว่า “ใช่”
ขณะที่ร้อยละ 32.5 ระบุว่า “ไม่ใช่” ที่เหลือร้อยละ 21.9 ไม่แน่ใจ
 
 
                 ดังรายละเอียดในตารางต่อไปนี้
 
             1. ความเห็นเกี่ยวกับใบกระท่อมว่าเป็นสารเสพติดหรือไม่

 
ร้อยละ
คิดว่าเป็นสารเสพติด
70.5
ไม่คิดว่าเป็นสารเสพติด
29.5
 
 
             2. ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่กระทรวงยุติธรรมมีแนวคิดจะแก้กฎหมายให้ยกเลิกใบกระท่อมพ้นจากบัญชี
                 ยาเสพติด

 
ร้อยละ
เห็นด้วยหากนำมาใช้เฉพาะในวงการแพทย์เท่านั้น
46.3
ไม่เห็นด้วยเด็ดขาดเพราะถือว่าเป็นยาเสพติด
27.5
เห็นด้วยและยอมรับได้ในทุกกรณี
14.6
ไม่แน่ใจ
11.6
 
 
             3. ความเห็นเกี่ยวกับการยกเลิก / ถอดใบกระท่อมพ้นจากบัญชียาเสพติดว่าจะสามารถแก้ปัญหา
                 เหล่านี้ได้หรือไม่

เรื่อง
แก้ได้ (ร้อยละ)
แก้ไม่ได้
( ร้อยละ)
ไม่แน่ใจ
( ร้อยละ)
สามารถช่วยลดปริมาณคนเสพยาบ้าได้
19.0
61.1
19.9
สามารถลดเงื่อนไขความขัดแย้งใน 3 จังหวัดชายแดน
ใต้ได้เพราะการจับกุมคนเสพกระท่อม เป็นชนวนเหตุใหญ่
เรื่องหนึ่งอันนำมาซึ่งความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐ
กับมวลชนในพื้นที่

12.6

60.2

27.2
 
 
             4. ความเห็นต่อคำถามที่ว่า “หากมีการยกเลิกใบกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดจริง ท่านอยากให้
                 ออกมาในรูปแบบใด”

 
ร้อยละ
ควบคุมให้ปลูกเพื่อใช้ในทางการแพทย์เท่านั้น
49.2
ควบคุมปริมาณและพื้นที่ปลูกให้ชัดเจนและมีการขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง
38.7
ไม่ต้องควบคุม ให้ปลูกได้อย่างเสรี
5.1
ไม่แน่ใจ
7.0
 
 
             5. ความห่วง/กังวล หากมีการยกเลิกใบกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดจริง

 
ร้อยละ
ห่วงและกังวล
โดยเรื่องที่ห่วงและกังวล 5 อันดับแรก คือ...
(เป็นคำถามปลายเปิดให้ผู้ตอบระบุเอง)
 
กลัวจะมีคนเสพใบกระท่อมมากขึ้นเพราะหาซื้อง่ายขึ้น
ร้อยละ 12.1
 
กลัวจะเอาไปใช้ในทางที่ผิด เอาไปดัดแปลง
ร้อยละ 9.2
 
กลัวลูกหลาน วัยรุ่น เยาวชน จะอยากรู้อยากลองมากขึ้น
ร้อยละ 8.7
 
กลัวจะนำไปสู่การลองเสพยาเสพติดตัวอื่นๆ ซึ่งจะทำให้
จำนวนผู้ติดยาเพิ่มขึ้น
ร้อยละ 7.3
 
ยังไงก็เป็นยาเสพติดอยู่ดี
ร้อยละ 6.5
52.2
ไม่ห่วงเลย
โดยให้เหตุผล 5 อันดับแรก ว่า... (เป็นคำถามปลายเปิดให้ผู้ตอบระบุเอง)
 
เป็นพืชสมุนไพรใช้รักษาโรค
ร้อยละ 12.6
 
ฤทธิ์ไม่รุนแรง กินแล้วสู้แดด มีกำลัง และรุนแรงน้อยกว่าบุหรี่
ร้อยละ 12.0
 
ไม่ใช่ยาเสพติด
ร้อยละ 6.1
 
คิดว่าภาครัฐควบคุมได้
ร้อยละ 5.1
 
ขึ้นอยู่กับคนที่ใช้มากกว่า
ร้อยละ 2.8
47.8
 
 
             6. ความเห็นเกี่ยวกับ การกินหรือเสพ ใบกระท่อมอาจนำไปสู่การเสพสิ่งเสพติดที่ร้ายแรงกว่าใช่หรือไม่

 
ร้อยละ
ใช่
45.6
ไม่ใช่
32.5
ไม่แน่ใจ
21.9
 
 
รายละเอียดในการสำรวจ
วัตถุประสงค์ในการสำรวจ:
                 เพื่อสอบถามความคิดเห็นของประชาชน เกี่ยวกับแนวคิดของกระทรวงยุติธรรมที่จะมีการแก้กฎหมายโดยยกเลิก
ใบกระท่อมให้พ้นจากบัญชียาเสพติด รวมถึงทัศนคติที่ประชาชนมีต่อใบกระท่อม เพื่อสะท้อนมุมมองความคิดเห็นของประชาชน
ให้สังคมและผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ และนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป
 
ระเบียบวิธีการสำรวจ:
                  การสำรวจใช้การสุ่มตัวอย่างจากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลด้วยวิธี
การสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-Stage Sampling) โดยสุ่มจากเขตการปกครองทั้งเขตชั้นใน ชั้นกลาง และชั้นนอก
ได้แก่เขตคลองเตย ดินแดง ดุสิต ตลิ่งชัน ทวีวัฒนา ทุ่งครุ บางเขน บางคอแหลม บางซื่อ บางนา บางพลัด บางรัก บึงกุ่ม
ปทุมวัน ประเวศ ป้อมปราบฯ พญาไท พระนคร ภาษีเจริญ ราชเทวี ราษฎร์บูรณะ สวนหลวง สะพานสูง สาทร และหนองแขม
และปริมณฑลได้แก่ ปทุมธานี และสมุทรปราการ จากนั้นจึงสุ่มถนน และประชากรเป้าหมายที่จะสัมภาษณ์อย่างเป็นระบบ ได้กลุ่ม
ตัวอย่างทั้งสิ้น 1,171 คน เป็นเพศชายร้อยละ 50.4 และเพศหญิงร้อยละ 49.6
 
ความคลาดเคลื่อน (Margin of Error):
                  ในการประมาณการขนาดตัวอย่างมีขอบเขตของความคลาดเคลื่อน  3% ที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
 
วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล:
                  ใช้การสัมภาษณ์แบบพบตัว (Face-to-face Interview) โดยเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเป็นแบบสอบถาม
ที่มีโครงสร้างแน่นอน ประกอบด้วยข้อคำถามแบบเลือกตอบ (Check List Nominal) และคำถามปลายเปิดให้ผู้ตอบระบุคำตอบ
เองโดยอิสระ (Open Form) จากนั้นจึงนำแบบสอบถามทุกชุดมาตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์ก่อนบันทึกข้อมูล
และประมวลผล
 
ระยะเวลาในการเก็บข้อมูล:  : 6 - 7 กันยายน 2556
 
วันที่เผยแพร่ผลสำรวจ: 11 กันยายน 2556
 
สรุปข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มตัวอย่าง:
ตารางข้อมูลประชากรศาสตร์
 
จำนวน
ร้อยละ
เพศ:
   
             ชาย
590
50.4
             หญิง
581
49.6
รวม
1,171
100.0
อายุ:
 
 
             18 – 25 ปี
289
24.7
             26 – 35 ปี
314
26.8
             36 – 45 ปี
296
25.3
             46 ปีขึ้นไป
272
23.2
รวม
1,171
100.0
การศึกษา:
 
 
             ต่ำกว่าปริญญาตรี
697
59.5
             ปริญญาตรี
414
35.4
             สูงกว่าปริญญาตรี
60
5.1
รวม
1,171
100.0
อาชีพ:
   
             ข้าราชการ / พนักงานรัฐวิสากิจ
104
8.9
             พนักงานบริษัทเอกชน
336
28.7
             ค้าขาย / ประกอบอาชีพส่วนตัว
361
30.8
             เจ้าของกิจการ
26
2.2
             รับจ้างทั่วไป
161
13.8
             พ่อบ้าน / แม่บ้าน / เกษียณอายุ
46
3.9
             นักศึกษา
118
10.1
             อื่นๆ อาทิ อาชีพอิสระ ว่างงาน เป็นต้น
19
1.6
รวม
1,171
100.0
 
ติดตามกรุงเทพโพลล์ผ่าน twitter ได้ที่  twitter bangkokpoll
Download PDF file:  
 
ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์)
Email: bangkokpoll@bu.ac.th      โทร. 0-2350-3500 ต่อ 1770-1776