หัวข้อ   “ ดัชนีความเชื่อมั่นนักเศรษฐศาสตร์ต่อเศรษฐกิจไทยใน 3-6 เดือนข้างหน้า ”
        นักเศรษฐศาสตร์เชื่อมั่น เศรษฐกิจไทยใน 3-6 เดือนข้างหน้าจะปรับตัวดีขึ้น แต่การขยายตัวทางเศรษฐกิจ
จะอยู่ในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป เปราะบาง และผันผวนตามปัจจัยต่างๆ ที่มากระทบ
 
ดีมาก (5)
ดี (4)
ปานกลาง (3)
พอใช้ (2)
แย่ (1)
 
 
                  ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) ร่วมกับคณะเศรษฐศาสตร์
มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยผลสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์จากองค์กรชั้นนำ 29 แห่ง
จำนวน 61 คน เรื่อง “ดัชนีความเชื่อมั่นนักเศรษฐศาสตร์ต่อเศรษฐกิจไทยใน 3-6
เดือนข้างหน้า”
โดยเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 24 – 30 ตุลาคม ที่ผ่านมา สรุปได้ว่า
 
                 ค่าดัชนีสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักเศรษฐศาสตร์ที่มีต่อเศรษฐกิจ
ไทยเพิ่มขึ้นจากการสำรวจครั้งก่อนหน้า แม้ว่าเศรษฐกิจไทยโดยรวมจะยังคงอยู่ในสถานะ
ที่อ่อนแอก็ตาม โดยปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยปรับตัวดีขึ้น
คือ การท่องเที่ยวจากต่างประเทศ การใช้จ่ายและการลงทุนจากภาครัฐ ส่วนการบริโภค
ภาคเอกชนจะยังคงเป็นปัจจัยหน่วงการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะ 3-6 เดือนข้างหน้าอยู่
สำหรับภาคส่งออกและการลงทุนภาคเอกชน แม้มีความเชื่อมั่นว่าจะมีการปรับดีขึ้นในระยะ
3-6 เดือนข้างหน้าแต่ก็จะไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้มีการขยายตัว
อย่างแข็งแกร่ง
 
                  ดังนั้นจึงสรุปว่าเศรษฐกิจไทยในระยะ 3-6 เดือนข้างหน้าจะปรับตัวดีขึ้นจาก
ปัจจุบัน การขยายตัวทางเศรษฐกิจจะอยู่ในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป เปราะบาง และผันผวน
ตามปัจจัยต่างๆ ที่มากระทบ สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าดัชนีต่างๆ มีดังนี้
 
  • ดัชนีความเชื่อมั่นนักเศรษฐศาสตร์ต่อสถานะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันอยู่ที่ระดับ
   36.99 จุด เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการสำรวจครั้งก่อนหน้าที่ค่าดัชนีอยู่ในระดับ 34.40 จุด

   แต่ยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 50 แสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจไทยอยู่ในสถานะอ่อนแอ
   เป็นผลมาจากปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 4 ใน 5 ปัจจัยอยู่ในสถานะอ่อนแอประกอบด้วย
   การบริโภคภาคเอกชน การลงทุนภาคเอกชน การส่งออกสินค้า การใช้จ่ายและการลงทุน
   ภาครัฐ ตามลำดับ ส่วนปัจจัยการท่องเที่ยวจากต่างประเทศเป็นปัจจัยเดียวที่นักเศรษฐศาสตร์
   เชื่อมั่นว่ายังคงอยู่ในสถานะแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องนับจากเดือนเมษายน 2555
  • ดัชนีความเชื่อมั่นนักเศรษฐศาสตร์ต่อเศรษฐกิจไทยในอีก 3 เดือนข้างหน้า
   พบว่าค่าดัชนีความเชื่อมั่นฯ อยู่ในระดับ 59.12
ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการสำรวจก่อนหน้า
   และเป็นระดับที่สูงกว่า 50 แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยในอีก 3 เดือนข้างหน้าจะปรับตัว
   ดีขึ้นกว่าปัจจุบัน และเมื่อมองออกไปในอีก 6 เดือนข้างหน้า ค่าดัชนีความเชื่อมั่นฯ
   อยู่ในระดับ 71.69
ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการสำรวจครั้งก่อนหน้าค่อนข้างมากและเป็นระดับที่
   สูงกว่า 50 หมายความว่า นักเศรษฐศาสตร์มีความเชื่อมั่นและมั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยในอีก
   6 เดือนข้างหน้าจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับปัจจุบัน โดยได้รับผลดีจากปัจจัย
   ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในทุกปัจจัยที่จะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะปัจจัยด้านการท่องเที่ยว
   จากต่างประเทศและการใช้จ่ายของภาครัฐ
 
                  โปรดพิจารณารายละเอียดของผลสำรวจดังต่อไปนี้
 
            ภาพที่ 1 ดัชนีความเชื่อมั่นนักเศรษฐศาสตร์ต่อเศรษฐกิจไทย (จำแนกตามดัชนี)
 
 
             ตารางที่ 1 ดัชนีความเชื่อมั่นนักเศรษฐศาสตร์ต่อสถานะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน

ปัจจัยขับเคลื่อน
เศรษฐกิจ
ดัชนีความเชื่อมั่นนักเศรษฐศาสตร์ต่อสถานะเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน
2554
2555
2556
ต.ค.
ม.ค.
เม.ย.
ก.ค.
ต.ค.
ม.ค.
เม.ย.
ก.ค.
ต.ค.
1) การบริโภค
    ภาคเอกชน
46.77
32.39
48.31
50.00
59.23
68.97
68.10
21.31
17.80
2) การลงทุนภาค
    เอกชน
48.36
20.71
44.07
46.67
51.52
55.08
62.28
21.31
28.81
3) การใช้จ่ายและ
    การลงทุนภาครัฐ
54.03
45.71
57.14
51.69
46.21
61.40
59.82
43.33
45.61
4) การส่งออก
    สินค้า
66.39
20.00
36.21
23.77
11.36
24.58
19.49
13.11
13.56
5) การท่องเที่ยว
    จากต่างประเทศ
54.03
23.24
50.85
55.74
57.58
73.73
73.73
72.95
79.17
ดัชนีรวม
53.92
28.41
47.31
45.57
45.18
56.75
56.68
34.40
36.99
หมายเหตุ : ค่าดัชนีจะมีค่าอยู่ระหว่าง 0-100 โดย
  ค่าดัชนีเท่ากับ 50 หมายถึง นักเศรษฐศาสตร์มีความเชื่อมั่นว่าปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจอยู่ใน
สถานะปกติ (สำหรับสถานะปัจจุบัน) หรือหมายถึง นักเศรษฐศาสตร์มีความเชื่อมั่นอยู่ในระดับ
เดิม/ไม่เปลี่ยนแปลง (สำหรับการคาดการณ์ในอีก 3 และ 6 เดือนข้างหน้าเทียบกับปัจจุบัน)
  ค่าดัชนีสูงกว่า 50 หมายถึง นักเศรษฐศาสตร์มีความเชื่อมั่นว่าปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจอยู่ใน
สถานะแข็งแกร่ง (สำหรับสถานะปัจจุบัน) หรือหมายถึง นักเศรษฐศาสตร์มีความเชื่อมั่นอยู่ใน
ระดับ ดีขึ้น (สำหรับการคาดการณ์ในอีก 3 และ 6 เดือนข้างหน้าเทียบกับปัจจุบัน)
  ค่าดัชนีต่ำกว่า 50 หมายถึง นักเศรษฐศาสตร์มีความเชื่อมั่นว่าปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจอยู่ใน
สถานะอ่อนแอ (สำหรับสถานะปัจจุบัน) หรือหมายถึง นักเศรษฐศาสตร์มีความเชื่อมั่นอยู่ในระดับ
แย่ลง (สำหรับการคาดการณ์ในอีก 3 และ 6 เดือนข้างหน้าเทียบกับปัจจุบัน)
 
 
             ตารางที่ 2 ดัชนีความเชื่อมั่นนักเศรษฐศาสตร์ต่อเศรษฐกิจไทยใน 3 เดือนข้างหน้า
                            (เปรียบเทียบกับปัจจุบัน)

ปัจจัยขับเคลื่อน
เศรษฐกิจ
ดัชนีคาดการณ์เศรษฐกิจ
ในอีก 3 เดือนข้างหน้าเปรียบเทียบกับปัจจุบัน
2554
2555
2556
ต.ค.
ม.ค.
เม.ย.
ก.ค.
ต.ค.
ม.ค.
เม.ย.
ก.ค.
ต.ค.
1) การบริโภค
    ภาคเอกชน
45.08
62.14
56.03
57.63
50.78
61.61
50.00
30.83
45.00
2) การลงทุนภาค
    เอกชน
42.24
69.57
58.62
51.72
41.41
52.59
51.82
31.90
51.69
3) การใช้จ่ายและ
    การลงทุนภาครัฐ
71.19
71.64
75.00
70.34
57.38
66.36
67.59
49.14
64.66
4) การส่งออก
    สินค้า
31.36
54.41
65.79
42.37
30.16
55.36
34.82
32.50
55.08
5) การท่องเที่ยว
    จากต่างประเทศ
47.41
59.29
56.78
58.33
56.15
63.79
50.00
63.11
79.17
ดัชนีรวม
47.46
63.41
62.44
56.08
47.18
59.94
50.85
41.50
59.12
 
 
             ตารางที่ 3 ดัชนีความเชื่อมั่นนักเศรษฐศาสตร์ต่อเศรษฐกิจไทยใน 6 เดือนข้างหน้า
                            (เปรียบเทียบกับปัจจุบัน)

ปัจจัยขับเคลื่อน
เศรษฐกิจ
ดัชนีคาดการณ์เศรษฐกิจ
ในอีก 6 เดือนข้างหน้าเปรียบเทียบกับปัจจุบัน
2554
2555
2556
ต.ค.
ม.ค.
เม.ย.
ก.ค.
ต.ค.
ม.ค.
เม.ย.
ก.ค.
ต.ค.
1) การบริโภค
    ภาคเอกชน
48.25
68.84
62.28
55.21
49.11
61.76
50.00
50.00
61.21
2) การลงทุนภาค
    เอกชน
44.07
81.82
67.31
55.00
48.15
56.73
62.04
45.54
70.18
3) การใช้จ่ายและ
    การลงทุนภาครัฐ
70.00
75.00
75.93
61.82
60.83
70.41
81.13
60.71
79.09
4) การส่งออก
    สินค้า
25.44
62.12
67.59
44.23
37.50
64.15
47.92
47.27
67.80
5) การท่องเที่ยว
    จากต่างประเทศ
37.96
73.19
68.10
62.73
48.39
66.04
56.48
72.81
80.17
ดัชนีรวม
45.14
72.19
68.24
55.80
48.80
63.82
59.51
55.27
71.69
 
 
             ตารางที่ 4 ปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจใน 3 - 6 เดือนข้างหน้า

 
3 เดือนข้างหน้า
6 เดือนข้างหน้า
ปัจจัยขับเคลื่อนที่เชื่อมั่นว่า
จะดีขึ้น
เมื่อเที่ยบกับปัจจุบัน
การท่องเที่ยวจากต่างประเทศ
การใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ
การส่งออกสินค้า
การลงทุนภาคเอกชน
การท่องเที่ยวจากต่างประเทศ
การใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ
การลงทุนภาคเอกชน
การส่งออกสินค้า
การบริโภคภาคเอกชน
ปัจจัยขับเคลื่อนที่เชื่อมั่นว่า
จะทรงตัว
เมื่อเที่ยบกับปัจจุบัน
-ไม่มี-
-ไม่มี-
ปัจจัยขับเคลื่อนที่เชื่อมั่นว่า
จะแย่ลง
เมื่อเที่ยบกับปัจจุบัน
การบริโภคภาคเอกชน
-ไม่มี-
 
 

** หมายเหตุ:  รายงานผลสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์ฉบับนี้   เป็นการสำรวจความเห็นส่วนตัวของ
                     นักเศรษฐศาสตร์ซึ่งมิได้สื่อถึงแนวนโยบายขององค์กรที่นักเศรษฐศาสตร์สังกัดอยู่แต่อย่างใด

 
 
รายละเอียดในการสำรวจ
วัตถุประสงค์ในการสำรวจ:
                  เพื่อสำรวจความคิดเห็นนักเศรษฐศาสตร์ต่อสถานะทางเศรษฐกิจของไทยในปัจจุบันและทิศทางในอนาคตอีก
3 และ 6 เดือนข้างหน้า
 
กลุ่มตัวอย่าง:

                        เป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่สำเร็จการศึกษาทั้งระดับปริญญาตรีและปริญญาโทในสาขาเศรษฐศาสตร์
               (กรณีสำเร็จการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์เฉพาะปริญญาตรี หรือปริญญาโท หรือปริญญาเอก อย่างใด
               อย่างหนึ่ง จะต้องมีประสบการณ์ในการทำงานด้านวิเคราะห์/วิจัย/หรืองานที่เกี่ยวข้องที่ต้องใช้ความรู้
               ความสามารถด้านเศรษฐศาสตร์อย่างน้อย 5 ปีจนถึงปัจจุบัน) ที่ทำงานอยู่ในหน่วยงานด้านการวิเคราะห์
               วิจัยเศรษฐกิจระดับชั้นนำของประเทศ จำนวน 29 แห่ง ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงาน
               คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม
               สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร สำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนา
               ประเทศไทย(TDRI) มูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สำนักงานคณะกรรมการ
               กำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ธนาคารกรุงไทย
               ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย ธนาคารธนชาต ธนาคารกรุงศรีอยุธยา บริษัททริสเรทติ้ง บริษัทหลักทรัพย์ เอเชียพลัส
               บริษัทหลักทรัพย์เคจีไอ บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป บริษัทหลักทรัพย์ภัทร บริษัทหลักทรัพย์เคเคเทรด
               บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงไทย คณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยทักษิณ สำนักวิชาการจัดการ
               มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ คณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยรามคำแหง คณะวิทยาการจัดการและ
               สารสนเทศศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวรสำนักวิชาเศรษฐศาสตร์และนโยบายสาธารณะมหาวิทยาลัย
               ศรีนครินทร์วิโรฒ คณะวิทยาการจัดการมหาวิทยาลัยขอนแก่นและคณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

 
วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล:
                  การสำรวจนี้เป็นการวิจัยโดยการเลือกตัวอย่างประชากรโดยไม่อาศัยหลักความน่าจะเป็น (Non-probability
sampling) แต่ละหน่วยตัวอย่างที่จะได้รับการเลือก จึงเป็นการเลือกตัวอย่างประชากรแบบเจาะจง (Purposive sampling)
และดำเนินการรวบรวมข้อมูลโดยการส่งแบบสอบถามออนไลน์ไปยังนักเศรษฐศาสตร์ในหน่วยงานที่กำหนดภายในระยะเวลา
ที่กำหนด
 
ระยะเวลาในการเก็บข้อมูล:  24 – 30 ตุลาคม 2556
 
วันที่เผยแพร่ผลสำรวจ: 31 ตุลาคม 2556
 
สรุปข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มตัวอย่าง:
ตารางข้อมูลประชากรศาสตร์
 
จำนวน
ร้อยละ
ประเภทของหน่วยงานที่กลุ่มตัวอย่างทำงานอยู่:    
             หน่วยงานภาครัฐ
31
50.8
             หน่วยงานภาคเอกชน
20
32.8
             สถาบันการศึกษา
10
16.4
รวม
61
100.0
เพศ:    
             ชาย
34
55.7
             หญิง
27
44.3
รวม
61
100.0
อายุ:
 
 
             18 – 25 ปี
1
1.6
             26 – 35 ปี
19
31.1
             36 – 45 ปี
20
32.8
             46 ปีขึ้นไป
21
34.5
รวม
61
100.0
การศึกษา:
 
 
             ปริญญาตรี
4
6.6
             ปริญญาโท
41
67.2
             ปริญญาเอก
16
26.2
รวม
61
100.0
ประสบการณ์ทำงาน:
 
 
             1 - 5 ปี
10
16.4
             6 - 10 ปี
14
23.0
             11 - 15 ปี
9
14.8
             16 - 20 ปี
10
16.4
             ตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป
18
29.4
รวม
61
100.0
 
ติดตามกรุงเทพโพลล์ผ่าน twitter ได้ที่  twitter bangkokpoll
Download PDF file:  
 
ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์)
Email: bangkokpoll@bu.ac.th      โทร. 0-2350-3500 ต่อ 1770-1776