หัวข้อ  “ เศรษฐกิจไทยกับการปฏิรูป ”
        นักเศรษฐศาสตร์ 83.4% ชี้เศรษฐกิจไทยต้องปฏิรูปด้วย โดยเฉพาะเรื่องคอร์รัปชั่นและนโยบายประชานิยม
พร้อมเตือนหากไม่ปฏิรูปภายใน 10 ปีมีโอกาสได้เห็นเศรษฐกิจตกต่ำ สินค้าไทยจะแข่งขันไม่ได้ ปัญหาหนี้
สาธารณะลุกลาม และประเทศล้มละลายในท้ายที่สุด
 
ดีมาก (5)
ดี (4)
ปานกลาง (3)
พอใช้ (2)
แย่ (1)
 
 
                ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) ร่วมกับคณะ
เศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยผลสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์
จากองค์กรชั้นนำ 32 แห่ง จำนวน 60 คน เรื่อง “เศรษฐกิจไทยกับการปฏิรูป”
โดยเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 8 – 17 มกราคม ที่ผ่านมา พบว่า
 
                นักเศรษฐศาสตร์ร้อยละ 83.4 เห็นว่าเศรษฐกิจไทยมีความจำเป็น
ที่จะต้องมีการปฏิรูปด้วย มีเพียงร้อยละ 8.3 เท่านั้นที่เห็นว่าไม่จำเป็นต้องปฏิรูป
โดยเรื่องที่ต้องการให้มีการปฏิรูปมากที่สุดคือ การขจัดคอร์รัปชั่น ส่งเสริมการ
แข่งขันที่โปร่งใส และเป็นธรรม (ร้อยละ 79.3) รองลงมาต้องการให้มีการปฏิรูป
ด้านการคลัง โดยเฉพาะประเด็นความยั่งยืนทางการคลังและการจำกัดนโยบาย
ประชานิยมที่ไม่สมเหตุผล (ร้อยละ 51.0) ถัดมาต้องการให้มีการปฏิรูปด้านการ
กระจายรายได้ ความเหลื่อมล้ำทางรายได้และโอกาส (ร้อยละ 49.0)
 
                นอกจากนี้ นักเศรษฐศาสตร์ร้อยละ 44.0 เตือนว่าหากประเทศไทย
ยังไม่มีการปฏิรูปเศรษฐกิจใด ๆ คาดว่าภายใน 10 ปี สินค้าไทยจะแข่งขันไม่ได้
เศรษฐกิจตกต่ำ มีการว่างงานสูง และกินระยะเวลายาวนาน รองลงมาร้อยละ 18.0
คาดว่าปัญหาหนี้สาธารณะจะลุกลาม รุนแรง บานปลาย จนยากที่จะแก้ไข ฐานะ
การคลังไม่มีเสถียรภาพ ไม่มีงบประมาณในการลงทุนจนนำไปสู่การล่มสลายทาง
เศรษฐกิจ และประเทศล้มละลาย
 
                ในทางตรงกันข้าม หากเศรษฐกิจได้รับการปฏิรูปนักเศรษฐศาสตร์ร้อยละ 42.0 คาดหวังว่าจะได้เห็นขีดความ
สามารถในการแข่งขันของประเทศเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะภาคเกษตร เศรษฐกิจภาพรวมมีการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ ยั่งยืน
และมีความยืดหยุ่นสูงต่อปัจจัยเสี่ยงต่างๆที่จะมากระทบ รองลงมาร้อยละ 21.0 คาดหวังจะได้เห็นภาพลักษณ์ประเทศที่ดีขึ้น
คอร์รัปชั่นเป็นศูนย์ โปร่งใส และตรวจสอบได้
 
 
                  โปรดพิจารณารายละเอียดของผลสำรวจดังต่อไปนี้
 
             1. เศรษฐกิจไทยจำเป็นต้องปฎิรูปด้วยหรือไม่

ร้อยละ
 
83.4
เห็นว่า จำเป็นต้องปฎิรูป
8.3
เห็นว่า ไม่จำเป็นต้องปฎิรูป
8.3
ไม่ตอบ/ไม่แน่ใจ
 
 
             2. หากจำเป็นต้องปฏิรูป เศรษฐกิจไทยควรปฎิรูปในเรื่องใดเป็นการเร่งด่วน

ร้อยละ
 
79.3
ปฏิรูปขจัดคอร์รัปชั่น ส่งเสริมการแข่งขันที่โปร่งใสและเป็นธรรม
51.0
ปฏิรูปทางด้านการคลัง ความยั่งยืนทางการคลัง การจำกัดนโยบายประชานิยมที่ไม่สมเหตุผล
49.0
ปฏิรูปการกระจายรายได้ ความเหลื่อมล้ำทางรายได้และโอกาส
32.7
ปฏิรูปภาคเกษตร เพื่อเพิ่มผลิตทั้งในแง่ของคุณภาพและปริมาณ รวมถึงราคาสินค้าเกษตร
31.3
ปฏิรูปเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าส่งออก
20.7
ปฏิรูปทางด้านการเงิน การเข้าถึงเงินทุนของชนชั้นรากหญ้า แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ
19.7
ปฏิรูปการจัดสรรทรัพยากร (เช่นที่ดิน) ที่ให้เป็นธรรม
7.7
ปฏิรูปภาคการท่องเที่ยว เพื่อรักษาและเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว
9.0
อื่นๆ คือ ปฏิรูปการศึกษา การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การออกกฏหมายที่มิชอบ การขาดแรงงาน
รวมถึงทักษะแรงงาน โครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะด้านขนส่ง เป็นต้น
 
 
            3. สิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะเกิดขึ้นภายใน 10 ปี หากประเทศไทยยังไม่มีการปฏิรูป
                เศรษฐกิจใด ๆ เลย


ร้อยละ
 
44.0
สินค้าไทยแข่งขันไม่ได้ เศรษฐกิจตกต่ำ มีการว่างงานสูง กินระยะเวลายาวนาน
18.0
ปัญหาหนี้สาธารณะลุกลาม รุนแรง บานปลาย จนยากที่จะแก้ไข ฐานะการคลังไม่มีเสถียรภาพ
ไม่มีงบประมาณในการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านต่างๆ จนนำไปสู่การล่มสลายทางเศรษฐกิจ
ประเทศล้มละลาย
12.0
ภาพลักษณ์ประเทศไทยจะอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีเศรษฐกิจล้าลัง ไม่ได้รับการยอมรับในเวทีโลก
หรือแม้กระทั่งเวทีในภูมิภาค
10.0
การกระจายรายได้ไม่เป็นธรรม / ความเหลื่อมล้ำทางรายได้สูง / สังคมมีปัญหาและแตกแยก
8.0
คอร์รัปชั่นทั่วหน้า
8.0
อื่นๆ คือ ประชาชนหนี้สินล้นพ้นตัว / เศรษฐกิจอยู่ในภาวะ Middle income trap / ความวุ่นวาย
ทางการเมืองยังคงมีอยู่
 

** หมายเหตุ:  เป็นข้อคำถามปลายเปิดและมีนักเศรษฐศาสตร์แสดงความคิดเห็นทั้งหมด 50 คน

 
 
             4. ภาพเศรษฐกิจไทยในอีก 10 ปีข้างหน้าภายหลังการปฏิรูปที่นักเศรษฐศาสตร์คาดหวังจะได้เห็น

ร้อยละ
 
42.0

ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะภาคเกษตร เศรษฐกิจภาพรวม
มีการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ ยั่งยืน และมีความยืดหยุ่นสูงต่อปัจจัยเสี่ยงต่างๆที่จะมากระทบ

21.0
ภาพลักษณ์ประเทศดีขึ้น คอร์รัปชั่นเป็นศูนย์ โปร่งใส ตรวจสอบได้
15.0
สังคมมีความเป็นธรรม เสมอภาค ความเหลื่มล้ำทางรายได้ลดลง ความขัดแย้งในสังคมลดลง
13.0
ประเทศมั่นคงและมีบทบาทในเวทีระดับโลก ประชาชนมั่งคั่ง คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น
9.0
อื่นๆ คือ เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภูมิภาค / มีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มขึ้น /
มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี / การดำเนินนโยบายการเงินการคลังมีความต่อเนื่อง
 

** หมายเหตุ:  เป็นข้อคำถามปลายเปิดและมีนักเศรษฐศาสตร์แสดงความคิดเห็นทั้งหมด 47 คน

 
 

** หมายเหตุ:  รายงานผลสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์ฉบับนี้   เป็นการสำรวจความเห็นส่วนตัวของ
                     นักเศรษฐศาสตร์ซึ่งมิได้สื่อถึงแนวนโยบายขององค์กรที่นักเศรษฐศาสตร์สังกัดอยู่แต่อย่างใด

 
 
รายละเอียดในการสำรวจ
วัตถุประสงค์ในการสำรวจ:
                        เพื่อสำรวจความคิดเห็นนักเศรษฐศาสตร์ต่อประเด็นการปฏิรูปเศรษฐกิจ สิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับ
เศรษฐกิจไทยหากไม่มีการปฏิรูปเศรษฐกิจใดๆ รวมถึงภาพประเทศไทยที่คาดหวังจะได้เห็นหลังการปฏิรูป
 
กลุ่มตัวอย่าง:

                        เป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่สำเร็จการศึกษาทั้งระดับปริญญาตรีและปริญญาโทในสาขาเศรษฐศาสตร์
(กรณีสำเร็จการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์เฉพาะปริญญาตรี หรือปริญญาโท หรือปริญญาเอก อย่างใดอย่างหนึ่ง
จะต้องมีประสบการณ์ในการทำงานด้านวิเคราะห์/วิจัย/หรืองานที่เกี่ยวข้องที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถด้านเศรษฐศาสตร์
อย่างน้อย 5 ปีจนถึงปัจจุบัน) ที่ทำงานอยู่ในหน่วยงานด้านการวิเคราะห์ วิจัยเศรษฐกิจระดับชั้นนำของประเทศ
จำนวน 32 แห่ง ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร สำนักดัชนีเศรษฐกิจ
การค้ากระทรวงพาณิชย์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(TDRI) มูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้า
แห่งประเทศไทย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย ธนาคารธนชาต ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารไทยพาณิชย์
ธนาคารทหารไทย บริษัทหลักทรัพย์เอเชียพลัส บริษัทหลักทรัพย์เคจีไอ บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป บริษัทหลักทรัพย์ภัทร
บริษัทหลักทรัพย์เคเคเทรด บริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส บริษัทหลักทรัพย์พัฒนสิน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน
กรุงไทย คณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยทักษิณ สำนักวิชาการจัดการมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ คณะเศรษฐศาสตร์
มหาวิทยาลัยรามคำแหง คณะวิทยาการจัดการและสารสนเทศศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร สำนักวิชาเศรษฐศาสตร์และ
นโยบายสาธารณะมหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ คณะวิทยาการจัดการมหาวิทยาลัยขอนแก่น และคณะเศรษฐศาสตร์
มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

 
วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล:
                        การสำรวจนี้เป็นการวิจัยโดยการเลือกตัวอย่างประชากรโดยไม่อาศัยหลักความน่าจะเป็น (Non-probability
sampling) แต่ละหน่วยตัวอย่างที่จะได้รับการเลือก จึงเป็นการเลือกตัวอย่างประชากรแบบเจาะจง (Purposive sampling)
และดำเนินการรวบรวมข้อมูลโดยการส่งแบบสอบถามออนไลน์ไปยังนักเศรษฐศาสตร์ในหน่วยงานที่กำหนดภายในระยะเวลา
ที่กำหนด
 
ระยะเวลาในการเก็บข้อมูล: 8 – 17 มกราคม 2557
 
วันที่เผยแพร่ผลสำรวจ: 23 มกราคม 2557
 
สรุปข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มตัวอย่าง:
ตารางข้อมูลประชากรศาสตร์
 
จำนวน
ร้อยละ
ประเภทของหน่วยงานที่กลุ่มตัวอย่างทำงานอยู่:    
             หน่วยงานภาครัฐ
23
38.3
             หน่วยงานภาคเอกชน
26
43.3
             สถาบันการศึกษา
11
18.4
รวม
60
100.0
เพศ:    
             ชาย
34
56.7
             หญิง
26
43.3
รวม
60
100.0
อายุ:
 
 
             18 – 25 ปี
2
3.3
             26 – 35 ปี
21
35.0
             36 – 45 ปี
20
33.3
             46 ปีขึ้นไป
17
28.4
รวม
60
100.0
การศึกษา:
 
 
             ปริญญาตรี
3
5.0
             ปริญญาโท
44
73.3
             ปริญญาเอก
13
21.7
รวม
60
100.0
ประสบการณ์ทำงาน:
 
 
             1 - 5 ปี
11
18.3
             6 - 10 ปี
16
26.7
             11 - 15 ปี
10
16.7
             16 - 20 ปี
7
11.7
             ตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป
16
26.6
รวม
60
100.0
 
ติดตามกรุงเทพโพลล์ผ่าน twitter ได้ที่  twitter bangkokpoll
Download PDF file:  
 
ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์)
Email: bangkokpoll@bu.ac.th      โทร. 0-2350-3500 ต่อ 1770-1776