หัวข้อ   “ สภาพคล่องทางการเงินของผู้ปกครองในช่วงเปิดเทอม ”
ผู้ปกครองกว่า 70 % ระบุค่าใช้จ่ายเรื่องการเรียนของลูกเพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา
ปีนี้เตรียมเงินไว้ซื้ออุปกรณ์การเรียน เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ประมาณ 4,000 บาทต่อคน
47% ยอมรับมีปัญหาเงินไม่พอค่าใช้จ่ายของลูกในช่วงเปิดเทอม ต้องหยิบยืมเงิน ให้ลูกใช้ชุดเก่าไปก่อน
 
 
 
ดีมาก (5)
ดี (4)
ปานกลาง (3)
พอใช้ (2)
แย่ (1)
 
 
                 ช่วงใกล้เปิดเทอม นับเป็นช่วงเวลาที่แทบทุกครอบครัวต่างมีภาระค่าใช้จ่าย
เกี่ยวกับเรื่องการศึกษาของบุตร ไม่ว่าจะเป็น ค่าเทอม ค่าหนังสือ ค่าชุดนักเรียน ตลอดจน
ค่าอุปกรณ์การเรียนต่างๆ กรุงเทพโพลล์โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ จึงได้ดำเนินการ
สำรวจความคิดเห็นเรื่อง “สภาพคล่องทางการเงินของผู้ปกครองในช่วงเปิดเทอม”
โดยเก็บข้อมูลจากผู้ปกครองที่มีบุตรหลานเรียนอยู่ในระดับชั้นอนุบาล – มัธยมศึกษา
ทั้งสังกัดโรงเรียนรัฐบาลและโรงเรียนเอกชน ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
รวมทั้งสิ้น 1,183 คน พบว่า
 
                  ผู้ปกครองส่วนใหญ่ร้อยละ 70.8 ระบุว่าปีนี้มีค่าใช้จ่ายในเรื่อง
การเรียนของบุตรเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
รองลงมาร้อยละ 25.2 ระบุว่ามีค่าใช้จ่าย
เท่าเดิม และมีเพียงร้อยละ 4.0 เท่านั้นที่ระบุว่ามีค่าใช้จ่ายลดลง โดยงบประมาณ
ที่เตรียมไว้สำหรับซื้ออุปกรณ์เกี่ยวกับการเรียนให้ลูกเฉลี่ยประมาณ 4,000 บาท
ต่อคน (ไม่รวมค่าเทอม)
 
                 สำหรับในช่วงเปิดเทอมนี้พบว่า ผู้ปกครองร้อยละ 53.0 ระบุว่าไม่มี
ปัญหาเงินไม่พอกับค่าใช้จ่ายในช่วงเปิดเทอม เนื่องจากได้แบ่งเงินสำหรับค่าใช้จ่าย
ส่วนนี้ไว้อยู่แล้ว
ขณะที่ผู้ปกครองร้อยละ 47.0 ระบุว่ามีปัญหาเงินไม่พอกับค่าใช้จ่าย
เนื่องจากค่าใช้จ่ายประจำวันเพิ่มขึ้นและสินค้าเกี่ยวกับการเรียนแพงขึ้น
 
                 ส่วนวิธีการแก้ปัญหาเงินไม่พอกับค่าใช้จ่ายนั้น ผู้ปกครองร้อยละ 16.1 ใช้วิธีขอยืมเงินจากญาติ
/พี่น้อง /เพื่อน
รองลงมาร้อยละ 15.0 ใช้วิธีให้ลูกใช้เสื้อผ้า /อุปกรณ์การเรียนของปีที่แล้วไปก่อน และร้อยละ 12.7
ใช้วิธีลดปริมาณ การซื้อเสื้อผ้า / อุปกรณ์ต่างๆ
 
                 สำหรับความเห็นต่อโครงการเรียนฟรี 15 ปี ของภาครัฐ ผู้ปกครองร้อยละ 32.0 ระบุว่าช่วยแบ่งเบาภาระ
ค่าใช้จ่ายได้ค่อนข้างมาก
ขณะที่ ร้อยละ 30.5 ระบุว่า ช่วยไม่ค่อยได้
 
                 เมื่อถามต่อถึงประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการเรียนฟรี 15 ปี พบว่า ผู้ปกครองร้อยละ 35.2 ระบุว่าได้
ประโยชน์ค่อนข้างมาก
ขณะที่ร้อยละ 29.8 ระบุว่าไม่ค่อยได้ประโยชน์
 
                 สุดท้ายเมื่อถามถึงความพึงพอใจต่อการเรียนการสอนของโรงเรียนที่สัมผัสได้จากลูกพบว่า ร้อยละ 50.4
พอใจค่อนข้างมาก
ขณะที่ร้อยละ 12.3 ไม่ค่อยพอใจ
 
 
                 โดยมีรายละเอียดดังนี้
 
             1. ค่าใช้จ่ายในเรื่องการเรียนของบุตรในปีนี้เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

 
ร้อยละ
มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
70.8
มีค่าใช้จ่ายเท่าเดิม
25.2
มีค่าใช้จ่ายลดลง
4.0
 
 
             2. การเตรียมเงินสำหรับซื้ออุปกรณ์การเรียน ชุดนักเรียน รองเท้า กระเป๋านักเรียน ฯลฯ (ไม่รวมค่าเทอม)
                   ต่อบุตร 1 คน
เฉลี่ยเป็นเงินประมาณ 4,000 บาท
 
 
             3. มีปัญหาเงินไม่พอกับค่าใช้จ่ายในช่วงเปิดเทอมของบุตรหรือไม่

 
ร้อยละ
ไม่มีปัญหา
โดยให้เหตุผลว่า  
  แบ่งเงินสำหรับค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไว้อยู่แล้ว ร้อยละ 26.4
  รายได้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในช่วงเปิดเทอม ร้อยละ 18.2
  ได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐ ร้อยละ 7.6
  อื่นฯ อาทิ เจ้านายออกให้ ไม่ได้ซื้อ ใช้ของเก่า ร้อยละ 0.8
53.0
มีปัญหา
โดยให้เหตุผลว่า  
  มีค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเพิ่มมากขึ้น ร้อยละ 16.5
  สินค้าเกี่ยวกับการเรียนแพงขึ้น ร้อยละ 11.8
  รายได้ / รายรับลดลง ร้อยละ 8.6
  โรงเรียนมีค่าเทอม/ค่าบำรุง/ค่ากิจกรรมเพิ่มขึ้น ร้อยละ 5.2
  เงินช่วยเหลือจากรัฐบาลเบิกได้ล่าช้า ร้อยละ 2.2
  อื่นๆ อาทิ ตกงาน จำนวนบุตรเข้าเรียนเพิ่มขึ้น ร้อยละ 2.7
47.0
 
 
             4. วิธีการที่ผู้ปกครองใช้ในการแก้ปัญหาเงินไม่พอกับค่าใช้จ่าย คือ (ถามเฉพาะผู้ที่ตอบว่ามีปัญหา)

 
ร้อยละ
ขอยืมเงินจากญาติ/ พี่น้อง /เพื่อน
16.1
ใช้เสื้อผ้า /อุปกรณ์การเรียนของปีที่แล้ว ไปก่อน
15.0
ลดปริมาณการซื้อเสื้อผ้า / อุปกรณ์ต่างๆ
12.7
ทำงานพิเศษ/โอทีเพิ่มขึ้น
9.3
กู้เงินนอกระบบ
8.3
จำนำทรัพย์สิน
6.5
ผ่อน/เลื่อนการจ่ายค่าเทอมกับโรงเรียน
5.8
อื่นๆ อาทิ ขายของมีค่า กู้ธนาคาร/ใช้บัตรเครดิต
3.3
 
 
             5. ความเห็นต่อโครงการเรียนฟรี 15 ปี ของภาครัฐเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง

 
ร้อยละ
ช่วยได้มาก
22.0
ช่วยได้ค่อนข้างมาก
32.0
ช่วยไม่ค่อยได้
30.5
ช่วยไม่ได้เลย
15.5
 
 
             6. ความเห็นต่อประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการเรียนฟรี 15 ปี ของภาครัฐ

 
ร้อยละ
ได้ประโยชน์มาก
20.6
ได้ประโยชน์ค่อนข้างมาก
35.2
ไม่ค่อยได้ประโยชน์
29.8
ไม่ได้ประโยชน์เลย
14.4
 
 
             7. ความพึงพอใจต่อคุณภาพการเรียนการสอนของโรงเรียนที่สัมผัสได้จากลูกๆ คือ

 
ร้อยละ
พอใจมาก
36.7
พอใจค่อนข้างมาก
50.4
ไม่ค่อยพอใจ
12.3
ไม่พอใจเลย
0.6
 
 
รายละเอียดการสำรวจ
วัตถุประสงค์ในการสำรวจ:
                 เพื่อสอบถามความคิดเห็นของผู้ปกครองที่มีบุตรเรียนในระดับชั้นอนุบาล – มัธยมศึกษา เกี่ยวกับค่าใช้จ่าย
ในเรื่องค่าเล่าเรียนของบุตรในเทอมนี้เทียบกับปีที่ผ่านมา ปัญหาเงินไม่พอกับค่าใช้จ่ายในช่วงเปิดเทอม ตลอดจนสาเหตุ
และวิธีแก้ปัญหา รวมถึงความเห็นต่อการสนับสนุนด้านการศึกษาของภาครัฐ และความพึงพอใจที่มีต่อคุณภาพการเรียน
การสอนของโรงเรียน ทั้งนี้เพื่อให้สังคมและผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบและนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ต่อไป
 
ระเบียบวิธีการสำรวจ:
                  การสำรวจใช้การสุ่มตัวอย่างผู้ปกครองที่มีบุตรเรียนในระดับชั้นอนุบาล – มัธยมศึกษา ที่อาศัยอยู่ในเขต
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ด้วยการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-Stage Sampling) โดยสุ่มเขตการปกครอง
ทั้งเขตชั้นนอก ชั้นกลาง และชั้นใน ได้แก่ เขตดินแดง ดุสิต ทุ่งครุ บางขุนเทียน บางเขน บางซื่อ บางบอน บางพลัด บางรัก
บึงกุ่ม ปทุมวัน ประเวศ ป้อมปราบฯ พญาไท พระนคร ภาษีเจริญ มีนบุรี ราชเทวี ราษฎร์บูรณะ สวนหลวง และสาทร
สำหรับปริมณฑล ได้แก่ ปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการ จากนั้นจึงสุ่มถนน และประชากรเป้าหมายที่จะสัมภาษณ์
อย่างเป็นระบบ ได้กลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 1,183 คน
 
ความคลาดเคลื่อน (Margin of Error):
                  ในการประมาณการขนาดตัวอย่างมีขอบเขตของความคลาดเคลื่อน  3% ที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
 
วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล:
                  ใช้การสัมภาษณ์แบบพบตัว (Face-to-face Interview) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเป็นแบบสอบถาม
ที่มีโครงสร้างแน่นอน ประกอบด้วยข้อคำถามแบบเลือกตอบ (Check List Nominal) และคำถามปลายเปิด (Open Ended)
จากนั้นคณะนักวิจัยได้นำแบบสอบถามทุกชุดมาตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์ก่อนบันทึกข้อมูลและประมวลผล
 
ระยะเวลาในการเก็บข้อมูล:  : 30 เมษายน – 5 พฤษภาคม 2558
 
วันที่เผยแพร่ผลสำรวจ: 8 พฤษภาคม 2558
 
สรุปข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มตัวอย่าง:
ตารางข้อมูลประชากรศาสตร์
 
จำนวน
ร้อยละ
อายุ:
 
 
             20 – 30 ปี
172
14.5
             31 – 40 ปี
484
40.9
             41 – 50 ปี
451
38.1
             51 – 60 ปี
76
6.5
รวม
1,183
100.0
การศึกษา:
 
 
             ต่ำกว่าปริญญาตรี
877
74.1
             ปริญญาตรี
270
22.8
             สูงกว่าปริญญาตรี
36
3.1
รวม
1,183
100.0
อาชีพ:
   
             ข้าราชการ / รัฐวิสาหกิจ
108
9.1
             พนักงาน / ลูกจ้างบริษัทเอกชน
406
34.3
             ค้าขาย / ประกอบอาชีพส่วนตัว
468
39.6
             เจ้าของกิจการ
44
3.7
             ทำงานให้ครอบครัว
10
0.8
             พ่อบ้าน / แม่บ้าน / เกษียณอายุ
142
12.0
             ว่างงาน/ รอฤดูกาล/ รวมกลุ่ม
5
0.5
รวม
1,183
100.0
ประเภทของโรงเรียนที่บุตรศึกษาอยู่:
 
 
             โรงเรียนรัฐบาล
753
63.7
             โรงเรียนเอกชน
352
29.8
             โรงเรียนรัฐบาลและเอกชน
78
6.5
รวม
1,183
100.0
 
ติดตามกรุงเทพโพลล์ผ่าน twitter ได้ที่  twitter bangkokpoll
Download PDF file:  
 
ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์)    โทร. 0-2350-3500 ต่อ 1770-1776