หัวข้อ  “ความเชื่อมั่นประเทศไทย หลังครบ 1 ปี คสช. ”
ครบ 1 ปี คสช. ประชาชนเชื่อมั่นศักยภาพประเทศไทยเพิ่มขึ้น
โดยเชื่อมั่นด้านความสามารถในการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดปัจจุบัน/คสช. สูงที่สุด 6.16 คะแนน
ส่วนด้านที่ความเชื่อมั่นปรับสูงขึ้นมากที่สุดคือ ด้านการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น
ขณะที่ความเชื่อมั่นด้านฐานะการเงินของประเทศต่ำที่สุด 4.93 คะแนน
ทั้งนี้ 51.2% มองอีก 6 เดือนข้างหน้าศักยภาพประเทศไทยจะดีขึ้นอีก
 
 
 
ดีมาก (5)
ดี (4)
ปานกลาง (3)
พอใช้ (2)
แย่ (1)
 
 
                กรุงเทพโพลล์โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ สำรวจความคิดเห็น
ประชาชน เรื่อง “ความเชื่อมั่นประเทศไทย หลังครบ 1 ปี คสช.” โดยเก็บข้อมูลจาก
ประชาชนทั่วทุกภาคของประเทศจำนวน 1,163 คน เมื่อวันที่ 17-19 มิถุนายน 2558
พบว่า
 
                 ประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของประเทศไทยเฉลี่ยรวม
ทุกด้าน 5.43 คะแนน (จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน) โดยปรับสูงขึ้นเมื่อ
เปรียบเทียบกับการสำรวจช่วงเดียวกันของปีก่อน
ซึ่งได้คะแนนเท่ากับ 4.87 คะแนน
(เพิ่มขึ้น 0.56 คะแนน)
 
                 เมื่อพิจารณาความเชื่อมั่นในแต่ละด้านพบว่า ประชาชนมีความเชื่อมั่น
ด้านการเมืองมากที่สุด (5.62 คะแนน)
รองลงมาคือด้านเศรษฐกิจ (5.37 คะแนน)
ส่วนด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ประชาชนมีความเชื่อมั่นน้อยที่สุด (5.30 คะแนน)
 
                  ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาคะแนนความเชื่อมั่นในแต่ละตัวชี้วัดจากจำนวนทั้งหมด 12 ตัวชี้วัด พบว่าความเชื่อมั่น
ด้านความสามารถในการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดปัจจุบัน/คสช.ได้คะแนนมากที่สุด (6.16 คะแนน)
ขณะที่
ความเชื่อมั่นด้านฐานะการเงินของประเทศได้คะแนนต่ำที่สุด (4.93 คะแนน)
 
                  ส่วนตัวชี้วัดที่คะแนนความเชื่อมั่นเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมามากที่สุดคือด้านการแก้ปัญหา
ทุจริตคอร์รัปชั่น
โดยได้ 5.15 คะแนน จากเดิม 3.87 คะแนน (เพิ่มขึ้น 1.28 คะแนน)
 
                  เมื่อถามถึงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของประเทศไทยในอีก 6 เดือนข้างหน้า พบว่า ประชาชน
ร้อยละ 51.2 เชื่อว่าจะดีขึ้น
รองลงมาร้อยละ 36.3 เชื่อว่าจะเหมือนเดิม และมีเพียงร้อยละ12.5 ที่เชื่อว่าจะแย่ลง
 
 
                 ดังรายละเอียดตามตารางต่อไปนี้
 
             1. ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อ ศักยภาพโดยรวมของประเทศไทย ในปัจจุบัน

ความเชื่อมั่นในด้านต่างๆ
คะแนนความเชื่อมั่น (เต็ม 10 คะแนน)
มิ.ย. 57
มิ.ย. 58
เปลี่ยนแปลง
1) ด้านสถานะทางเศรษฐกิจของคนในประเทศ
    (รายได้เพียงพอกับรายจ่าย การมีงานทำ การกินดีอยู่)
4.80
4.95
+0.15
2) ด้านฐานะการเงินของประเทศ
    (เงินคงคลัง หนี้ของประเทศ ทุนสำรองระหว่างประเทศ)
4.55
4.93
+0.38
3) ด้านศักยภาพของคนไทย
    (การศึกษา/สุขภาพ/ความรู้ความสามารถ/ความซื่อสัตย์มีวินัย
     และพัฒนาได้)
5.01
5.43
+0.42
4) ด้านความสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นในภูมิภาคอาเซียน
    (ด้านการผลิต เป็นแหล่งท่องเที่ยว การค้า และการลงทุน)
5.56
6.15
+0.59
ความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจ (เฉลี่ยรวม)
4.98
5.37
+0.39
5) ด้านความรักและสามัคคีของคนในชาติ
4.19
5.12
+0.93
6) ด้านกระบวนการยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมาย
    (ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย และความเท่าเทียมกัน
     ในการบังคับใช้กฎหมาย)
4.55
5.27
+0.72
7) ด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
5.10
5.72
+0.62
8) ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
    (โจรกรรม ชิงทรัพย์ ทำร้ายร่างกายภัยจราจร
      การปนเปื้อนในอาหาร และมลพิษ)
4.66
5.10
+0.44
ความเชื่อมั่นด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม (เฉลี่ยรวม)
4.62
5.30
+0.68
9) ด้านการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น
3.87
5.15
+1.28
10) ด้านการปฎิรูปการเมืองและพัฒนาระบอบประชาธิปไตย
      (คุณภาพนักการเมือง ระบบเลือกตั้ง และการมี
       ส่วนร่วมของประชาชน)
4.79
5.36
+0.57
11) ด้านความสามารถในการบริหารประเทศ ของรัฐบาลชุด
      ปัจจุบัน/คสช.
5.96
6.16
+0.20
12) ด้านความน่าเชื่อถือของข้อมูลข่าวสารที่ได้รับจากหน่วยงาน
      ภาครัฐ (ถูกต้อง เป็นกลาง และเป็นประโยชน์)
5.48
5.80
+0.32
ความเชื่อมั่นด้านการเมือง (เฉลี่ยรวม)
5.02
5.62
+0.60
เฉลี่ยรวมทุกด้าน
4.87
5.43
+0.56
 
 
             2. ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อศักยภาพประเทศไทย ในอีก 6 เดือนข้างหน้า

ความเชื่อมั่นต่อศักยภาพประเทศไทย
ในอีก 6 เดือนข้างหน้า
เชื่อว่า
จะดีขึ้น
(ร้อยละ)
เชื่อว่า
จะเหมือนเดิม
(ร้อยละ)
เชื่อว่า
จะแย่ลง
(ร้อยละ)
1. ด้านเศรษฐกิจ
49.7
34.4
15.9
2. ด้านการเมือง
53.4
37.9
8.7
3. ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม
50.5
36.7
12.8
เฉลี่ยรวมทุกด้าน
51.2
36.3
12.5
 
 
รายละเอียดการสำรวจ
วัตถุประสงค์ในการสำรวจ:
                 เพื่อสอบถามความคิดเห็นของประชาชน เกี่ยวกับความเชื่อมั่นของประเทศไทย ในปัจจุบัน
และอนาคตอีก 6 เดือนข้างหน้าในด้านต่างๆ หลัง คสช. เข้ามาดูแลความสงบเรียบร้อยของประเทศครบ 1 ปี
เพื่อสะท้อนมุมมองความคิดเห็นของประชาชนให้สังคมและผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ
 
ระเบียบวิธีการสำรวจ:
                  การสำรวจใช้การสุ่มตัวอย่างจากประชาชนทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป โดยการสุ่ม
สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์จากฐานข้อมูลของกรุงเทพโพลล์ ด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบ Simple Random Sampling
แล้วใช้วิธีการถ่วงน้ำหนักด้วยข้อมูลประชากรศาสตร์จากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
 
ความคลาดเคลื่อน (Margin of Error):
                  ในการประมาณการขนาดตัวอย่างมีขอบเขตของความคลาดเคลื่อน  3% ที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
 
วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล:
                  ใช้การสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเป็นแบบสอบถามที่มีโครงสร้างแน่นอน
ประกอบด้วยข้อคำถามแบบเลือกตอบ (Check List Nominal) แล้วได้นำแบบสอบถามทุกชุดมาตรวจสอบความถูกต้อง
สมบูรณ์ก่อนบันทึกข้อมูลและประมวลผล
 
ระยะเวลาในการเก็บข้อมูล:  : 17 -19 มิถุนายน 2558
 
วันที่เผยแพร่ผลสำรวจ: 20 มิถุนายน 2558
 
สรุปข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มตัวอย่าง:
ตารางข้อมูลประชากรศาสตร์
 
จำนวน
ร้อยละ
เพศ:
   
             ชาย
595
51.2
             หญิง
568
48.8
รวม
1,163
100.0
อายุ:
 
 
             18 – 30 ปี
169
14.6
             31 – 40 ปี
294
25.2
             41 – 50 ปี
332
28.5
             51 – 60 ปี
260
22.4
             61 ปีขึ้นไป
108
9.3
รวม
1,163
100.0
การศึกษา:
 
 
             ต่ำกว่าปริญญาตรี
693
59.6
             ปริญญาตรี
355
30.6
             สูงกว่าปริญญาตรี
115
9.8
รวม
1,163
100.0
อาชีพ:
   
             ลูกจ้างรัฐบาล
182
15.7
             ลูกจ้างเอกชน
237
20.4
             ค้าขาย/ ทำงานส่วนตัว/ เกษตรกร
476
41.0
             เจ้าของกิจการ/ นายจ้าง
99
8.5
             ทำงานให้ครอบครัว
3
0.3
             พ่อบ้าน / แม่บ้าน / เกษียณอายุ
120
10.3
             นักเรียน/ นักศึกษา
32
2.8
             ว่างงาน/ รอฤดูกาล/ รวมกลุ่ม
14
1.0
รวม
1,163
100.0
 
ติดตามกรุงเทพโพลล์ผ่าน twitter ได้ที่  twitter bangkokpoll
Download PDF file:  
 
ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์)    โทร. 0-2350-3500 ต่อ 1770-1776