analyticstracking
หัวข้อ   “ ความเชื่อมั่นประเทศไทย หลังผ่านการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ”
หลังร่างรัฐธรรมนูญผ่านการลงประชามติ ประชาชนเชื่อมั่นศักยภาพประเทศไทยเพิ่มขึ้นในทุกด้าน
เชื่อมั่นการบริหารประเทศของรัฐมากที่สุด ขณะที่เชื่อมั่นด้านความรักความสามัคคีของคนในชาติน้อยที่สุด
55.8%เชื่อทิศทางการพัฒนาประเทศดีขึ้นและเดินมาถูกทางแล้ว
 
 
 
ดีมาก (5)
ดี (4)
ปานกลาง (3)
พอใช้ (2)
แย่ (1)
 
 
                 หลังจากร่างรัฐธรรมนูญผ่านการลงประชามติ กรุงเทพโพลล์โดยศูนย์
วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้สำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “ความเชื่อมั่น
ประเทศไทยหลังผ่านการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ” โดยเก็บข้อมูลกับประชาชน
จากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,215 คน พบว่า
 
                  ประชาชนให้คะแนนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของประเทศไทยเฉลี่ย
ในภาพรวม 5.41 คะแนน (จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน) เพิ่มขึ้นจากผลสำรวจเมื่อ
เดือนมิถุนายน 59 ที่ผ่านมา 0.42 คะแนน โดยเชื่อมั่นด้านการเมืองมากที่สุด
(5.59 คะแนน)
รองลงมาคือด้านเศรษฐกิจ (5.38คะแนน) และด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม
(5.27 คะแนน)
 
                 เมื่อแยกพิจารณาจากด้านที่ได้ความเชื่อมั่นมากที่สุดไปน้อยที่สุด
พบว่า ความเชื่อมั่นด้านการเมืองในภาพรวมได้คะแนนเฉลี่ย 5.59 คะแนน เพิ่มขึ้น
จากผลสำรวจครั้งก่อน 0.47 คะแนน (5.12 คะแนน) โดยตัวชี้วัดด้านการเมือง
ที่ประชาชนให้คะแนนความเชื่อมั่นมากที่สุดคือ ด้านความสามารถในการบริหาร
ประเทศของรัฐบาลชุดปัจจุบัน/คสช. (6.15 คะแนน)
ขณะที่ตัวชี้วัด ที่ได้คะแนน
น้อยที่สุดคือ ด้านการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น (5.03 คะแนน)
 
                 ความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจในภาพรวมได้คะแนนเฉลี่ย 5.38 คะแนน เพิ่มขึ้นจากผลสำรวจครั้งก่อน
0.31 คะแนน (5.07 คะแนน) โดยตัวชี้วัดด้านเศรษฐกิจที่ได้คะแนนมากที่สุดคือ ด้านความสามารถแข่งขันกับ
ประเทศอื่นๆในภูมิภาคอาเซียน (5.96 คะแนน)
ส่วนด้านที่ได้คะแนนน้อยที่สุดคือ ด้านฐานะทางการเงินของประเทศ (5.01 คะแนน)
 
                 ความเชื่อมั่นด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมในภาพรวมได้คะแนนเฉลี่ย 5.27 คะแนน เพิ่มขึ้นจากผล
สำรวจครั้งก่อน 0.49 คะแนน (4.78 คะแนน) โดยตัวชี้วัดด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ได้คะแนนมากที่สุดคือ
ด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (6.05 คะแนน)
ส่วนด้านที่ได้คะแนนน้อยที่สุดคือ ด้านความรักและ
ความสามัคคีของคนในชาติ (4.93 คะแนน)
 
                  สุดท้ายเมื่อถามว่าทิศทางการพัฒนาของประเทศไทยจะเป็นอย่างไร หลังจากผ่านการลงประชามติ
ร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนใหญ่ร้อยละ 55.8 เห็นว่าจะดีขึ้นและเดินมาถูกทางแล้ว
ขณะที่ร้อยละ 31.8 เห็นว่ายังเหมือนเดิม
ไม่เปลี่ยนแปลง ส่วนร้อยละ 7.1 เห็นว่าแย่ลงกว่าเดิม ที่เหลือร้อยละ 5.3 ไม่แน่ใจ
 
 
                 โดยมีรายละเอียดตามประเด็นข้อคำถามดังต่อไปนี้
 
             1. ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อ ศักยภาพโดยรวมของประเทศไทย ในปัจจุบัน

ความเชื่อมั่นในด้านต่างๆ
คะแนนความเชื่อมั่น (เต็ม 10 คะแนน)
มิ.ย. 59
ส.ค. 59
เปลี่ยนแปลง
1) ด้านสถานะทางเศรษฐกิจของคนในประเทศ
    (รายได้เพียงพอกับรายจ่าย การมีงานทำ การกินดีอยู่)
4.71
5.02
+0.31
2) ด้านฐานะทางการเงินของประเทศ
    (เงินคงคลัง หนี้ของประเทศ ทุนสำรองระหว่างประเทศ)
4.64
5.01
+0.37
3) ด้านศักยภาพของคนไทย
    (การศึกษา/สุขภาพ/ความรู้ความสามารถ/ความซื่อสัตย์มีวินัย
     และพัฒนาได้)
5.12
5.52
+0.40
4) ด้านความสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นๆในภูมิภาคอาเซียน
    (ด้านการผลิต เป็นแหล่งท่องเที่ยว การค้า และการลงทุน)
5.80
5.96
+0.16
ความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจ (เฉลี่ยรวม)
5.07
5.38
+0.31
5) ด้านความรักและสามัคคีของคนในชาติ
4.62
4.93
+0.31
6) ด้านกระบวนการยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมาย
    (ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย และความเท่าเทียมกัน
     ในการบังคับใช้กฎหมาย)
4.50
5.09
+0.59
7) ด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
5.39
6.05
+0.66
8) ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
    (โจรกรรม ชิงทรัพย์ ทำร้ายร่างกายภัยจราจร
      การปนเปื้อนในอาหาร และมลพิษ)
4.63
5.02
+0.39
ความเชื่อมั่นด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม (เฉลี่ยรวม)
4.78
5.27
+0.49
9) ด้านการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น
4.44
5.03
+0.59
10) ด้านการปฎิรูปการเมืองและพัฒนาระบอบประชาธิปไตย
      (คุณภาพนักการเมือง ระบบเลือกตั้ง และการมี
       ส่วนร่วมของประชาชน)
4.88
5.45
+0.57
11) ด้านความสามารถในการบริหารประเทศ ของรัฐบาลชุด
      ปัจจุบัน/คสช.
5.73
6.15
+0.42
12) ด้านความน่าเชื่อถือของข้อมูลข่าวสารที่ได้รับจากหน่วยงาน
      ภาครัฐ (ถูกต้อง เป็นกลาง และเป็นประโยชน์)
5.44
5.71
+0.27
ความเชื่อมั่นด้านการเมือง (เฉลี่ยรวม)
5.12
5.59
+0.47
เฉลี่ยรวมทุกด้าน
4.99
5.41
+0.42
 
 
             2. ข้อคำถาม “คิดว่าทิศทางการพัฒนาของประเทศไทยจะเป็นอย่างไร
                  หลังจากผ่านการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ”


 
ร้อยละ
ดีขึ้นและเดินมาถูกทางแล้ว
55.8
เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
31.8
แย่ลงกว่าเดิม
7.1
ไม่แน่ใจ
5.3
 
 
รายละเอียดการสำรวจ
วัตถุประสงค์:
                 1) เพื่อสะท้อนความเห็นของประชาชน เกี่ยวกับความเชื่อมั่นของประเทศไทย ในด้านต่างๆ ในปัจจุบัน
                     หลัง ผ่านการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ
                 2) เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนต่อทิศทางการพัฒนาของประเทศไทย
 
ประชากรที่สนใจศึกษา:
                  การสำรวจใช้การสุ่มตัวอย่างจากประชาชนทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป โดยการสุ่ม
สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์จากฐานข้อมูลของกรุงเทพโพลล์ ด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple Random Sampling)
แล้วใช้วิธีการถ่วงน้ำหนักด้วยข้อมูลประชากรศาสตร์จากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
 
ความคลาดเคลื่อน (Margin of Error):
                  ในการประมาณการขนาดตัวอย่างมีขอบเขตของความคลาดเคลื่อน  3% ที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
 
วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล:
                  ใช้การสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ (Enumeration by telephone) โดยเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล
เป็นแบบสอบถามที่มีโครงสร้างแน่นอน ประกอบด้วยข้อคำถามแบบเลือกตอบ (Check List Nominal) และได้นำ
แบบสอบถามทุกชุดมาตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์ก่อน บันทึกข้อมูลและประมวลผล
 
ระยะเวลาในการเก็บข้อมูล:  : 23 - 25 สิงหาคม 2559
 
วันที่เผยแพร่ผลสำรวจ:28 สิงหาคม 2559
 
สรุปข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มตัวอย่าง:
ตารางข้อมูลประชากรศาสตร์
 
จำนวน
ร้อยละ
เพศ:
   
             ชาย
657
54.1
             หญิง
558
45.9
รวม
1,215
100.0
อายุ:
 
 
             18 – 30 ปี
146
12.0
             31 – 40 ปี
273
22.5
             41 – 50 ปี
349
28.7
             51 – 60 ปี
300
24.7
             61 ปีขึ้นไป
147
12.1
รวม
1,215
100.0
การศึกษา:
 
 
             ต่ำกว่าปริญญาตรี
770
63.4
             ปริญญาตรี
346
28.5
             สูงกว่าปริญญาตรี
99
8.1
รวม
1,215
100.0
อาชีพ:
   
             ลูกจ้างรัฐบาล
153
12.6
             ลูกจ้างเอกชน
260
21.4
             ค้าขาย/ ทำงานส่วนตัว/ เกษตรกร
521
42.9
             เจ้าของกิจการ/ นายจ้าง
83
6.8
             พ่อบ้าน/ แม่บ้าน/ เกษียณอายุ
146
12.0
             นักเรียน/ นักศึกษา
29
2.4
             ว่างงาน/ รวมกลุ่ม
23
1.9
รวม
1,215
100.0
 
ติดตามกรุงเทพโพลล์ผ่าน twitter ได้ที่  twitter bangkokpoll
Download PDF file:  
 
ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์)    โทร. 0-2350-3500 ต่อ 1770-1776