analyticstracking
หัวข้อ“ สังคมไทยกับความห่างไกลการทุจริตคอร์รัปชั่น ”
ประชาชน 72.0% มองสถานการณ์การคอร์รัปชั่นของไทยยังรุนแรง
ชี้ควรปฏิรูปนักการเมือง ข้าราชการเป็นอันดับแรก
73.8% เห็นว่า2 ปีรัฐบาลพล.อประยุทธ์ แก้ปัญหาคอร์รัปชั่นได้ดีขึ้นเรื่อยๆ
67.8% เชื่อมั่นจะพาประเทศไทยโปร่งใสขึ้นกว่าเดิม
49.7% กลัวการคอร์รัปชั่นจะกลับมาอีกหากมีรัฐบาลใหม่ แต่เชื่อรัฐธรรมนูญช่วยป้องกันได้
 
 
 
ดีมาก (5)
ดี (4)
ปานกลาง (3)
พอใช้ (2)
แย่ (1)
 
 
                 เนื่องในวันที่ 6 กันยายนของทุกปีเป็นวันต่อต้านการคอร์รัปชั่น
แห่งชาติ กรุงเทพโพลล์โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ จึงได้ดำเนินการสำรวจ
ความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “สังคมไทยกับความห่างไกลการทุจริตคอร์รัปชั่น”
โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,232 คน พบว่า
ประชาชนร้อยละ 72.0 เห็นว่าสถานการณ์ปัญหาการคอร์รัปชั่นในสังคมไทยมี
ความรุนแรงค่อนข้างมากถึงมากที่สุด
ขณะที่ร้อยละ 24.6 เห็นว่ามีความรุนแรงค่อนข้าง
น้อยถึงน้อยที่สุด มีเพียงร้อยละ 3.4 ไม่แน่ใจ
 
                 เมื่อถามว่าการแก้ปัญหาการคอร์รัปชั่นของสังคมไทย ควรเน้นปฏิรูป
ในเรื่องใด ส่วนใหญ่ร้อยละ 60.8 อยากให้เร่งปฏิรูปการเมือง นักการเมือง มาก
ที่สุด
รองลงมาร้อยละ 57.3 อยากให้ปฏิรูประบบข้าราชการ และร้อยละ 54.0 อยากให้
ปฏิรูปเศรษฐกิจให้โปร่งใส ไม่เอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง (ร้อยละ 54.0)
 
                 สำหรับความเห็นของประชาชนต่อการปฏิรูปและการแก้ปัญหาการ
คอร์รัปชั่นของรัฐบาลพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชาพบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 69.5
เห็นว่ามีการปฏิรูปและการแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ร้อยละ 23.1 เห็นว่าไม่ค่อย
มีการปฏิรูปและแก้ปัญหา ที่เหลือร้อยละ 7.4 ไม่แน่ใจ
 
                 เมื่อถามต่อว่าปัญหาการคอร์รัปชั่นเป็นอย่างไร หลังจากรัฐบาล
พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำงานครบ 2ปี ส่วนใหญ่ร้อยละ 73.8 เห็นว่าดีขึ้น
เรื่อยๆ
ขณะที่ร้อยละ 16.9 เห็นว่ายังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง และร้อยละ 5.4 เห็นว่า
แย่ลงกว่าเดิม มีเพียงร้อยละ 3.9 ไม่แน่ใจ
 
                 นอกจากนี้เมื่อถามว่าเชื่อมั่นเพียงใดว่ารัฐบาลพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะสามารถสร้างความ
โปร่งใสให้ประเทศไทยมีอันดับการคอร์รัปชั่นโลกดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาได้ ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.8 เชื่อมั่นค่อนข้าง
มากถึงมากที่สุด
ขณะที่ร้อย 25.9 เชื่อมั่นค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด ส่วนที่เหลือร้อยละ 6.3 ไม่แน่ใจ
 
                  ส่วนข้อคำถามที่ว่าหากมีรัฐบาลใหม่เข้ามาต่อจากรัฐบาลพล.อ. ประยุทธ์ ปัญหาการคอร์รัปชั่น
จะเป็นอย่างไร ส่วนใหญ่ร้อยละ 49.7 คิดว่าการคอร์รัปชั่นจะกลับมาเหมือนเดิม
ขณะที่ร้อยละ 29.4 คิดว่าการ
คอร์รัปชั่นจะลดน้อยลง ส่วนร้อยละ 20.9 ไม่แน่ใจ
 
                  ทั้งนี้เมื่อถามต่อว่าเชื่อมั่นเพียงใดว่ารัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง จะช่วยป้องกันการคอร์รัปชั่นต่างๆ
ได้ หากมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศ ส่วนใหญ่ร้อยละ 48.3 เชื่อมั่นค่อนข้างมากถึงมากที่สุด
ขณะที่
ร้อยละ 39.2 เชื่อมั่นค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด ส่วนร้อยละ 12.5 ไม่แน่ใจ
 
                  สุดท้ายเมื่อถามว่าตัวท่านเองมีทัศนคติต่อต้านการคอร์รัปชั่นเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างไร หลังจาก
การรณรงค์ปราบปรามการคอร์รัปชั่นของรัฐบาลที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ร้อยละ 39.3 มีทัศนคติต่อต้านการคอร์รัปชั่น
เพิ่มขึ้น
ขณะที่ร้อยละ 37.2 มีทัศนคติต่อต้านเหมือนเดิม และร้อยละ 19.1 มีทัศนคติต่อต้านลดลง มีเพียงร้อยละ 4.4 ไม่แน่ใจ
 
 
                 โดยมีรายละเอียดตามประเด็นข้อคำถาม ดังต่อไปนี้
 
             1. ความเห็นต่อสถานการณ์ความรุนแรงของปัญหาการคอร์รัปชั่นในสังคมไทย

 
ร้อยละ
ค่อนข้างมากถึงมากที่สุด
   (โดยแบ่งเป็นค่อนข้างมากร้อยละ 41.4 และมากที่สุดร้อยละ 30.6)
72.0
ค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด
   (โดยแบ่งเป็นค่อนข้างน้อยร้อยละ 23.1 และน้อยที่สุดร้อยละ 1.5)
24.6
ไม่แน่ใจ
3.4
 
 
             2. ข้อคำถาม “คิดว่าการแก้ปัญหาการคอร์รัปชั่นของสังคมไทย ควรเน้นปฏิรูปในเรื่องใดมากที่สุด”

 
ร้อยละ
ปฏิรูปการเมือง นักการเมือง
60.8
ปฏิรูประบบข้าราชการ
57.3
ปฏิรูปเศรษฐกิจให้โปร่งใส ไม่เอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง
54.0
ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมการบังคับใช้กฎหมาย
53.5
ปฏิรูปการศึกษาให้เท่าเทียม
47.7
ปฏิรูปสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ
44.6
 
 
             3. ข้อคำถาม “คิดว่าการปฏิรูปและการแก้ปัญหาการคอร์รัปชั่นของรัฐบาลพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา
                 เป็นอย่างไร”

 
ร้อยละ
คิดว่ามีการปฏิรูปและการแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง
69.5
คิดว่าไม่ค่อยมีการปฏิรูปและแก้ปัญหา
23.1
ไม่แน่ใจ
7.4
 
 
             4. ข้อคำถาม “คิดว่าปัญหาการคอร์รัปชั่นเป็นอย่างไร หลังจากรัฐบาลพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา
                 ทำงานครบ 2ปี”

 
ร้อยละ
ดีขึ้นเรื่อยๆ
73.8
เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
16.9
แย่ลงกว่าเดิม
5.4
ไม่แน่ใจ
3.9
 
 
             5. ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะสามารถสร้างความโปร่งใสให้ประเทศไทย
                 มีอันดับการคอร์รัปชั่นโลกดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาได้

 
ร้อยละ
ค่อนข้างมากถึงมากที่สุด
   (โดยแบ่งเป็นค่อนข้างมากร้อยละ 56.4 และมากที่สุดร้อยละ 11.4)
67.8
ค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด
   (โดยแบ่งเป็นค่อนข้างน้อยร้อยละ 20.5 และน้อยที่สุดร้อยละ 5.4)
25.9
ไม่แน่ใจ
6.3
 
 
             6. ข้อคำถาม “คิดว่าหากมีรัฐบาลใหม่เข้ามาต่อจากรัฐบาลพล.อ. ประยุทธ์ ปัญหาการคอร์รัปชั่น
                 จะเป็นอย่างไร””

 
ร้อยละ
คิดว่าการคอร์รัปชั่นจะกลับมาเหมือนเดิม
49.7
คิดว่าการคอร์รัปชั่นจะลดน้อยลง
29.4
ไม่แน่ใจ
20.9
 
 
             7. ความเชื่อมั่นต่อรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง จะช่วยป้องกันการคอร์รัปชั่นต่างๆ ได้ หากมีรัฐบาลชุดใหม่
                 เข้ามาบริหารประเทศ

 
ร้อยละ
ค่อนข้างมากถึงมากที่สุด
   (โดยแบ่งเป็นค่อนข้างมากร้อยละ 43.1 และมากที่สุดร้อยละ 5.2)
48.3
ค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด
   (โดยแบ่งเป็นค่อนข้างน้อยร้อยละ 29.9 และน้อยที่สุดร้อยละ 9.3)
39.2
ไม่แน่ใจ
12.5
 
 
             8. ข้อคำถาม “คิดว่าตัวท่านเองมีทัศนคติต่อต้านการคอร์รัปชั่นเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างไร
                 หลังจากการรณรงค์ปราบปรามการคอร์รัปชั่นของรัฐบาลที่ผ่านมา”

 
ร้อยละ
มีทัศนคติต่อต้านเพิ่มขึ้น
39.3
มีทัศนคติต่อต้านเหมือนเดิม
37.2
มีทัศนคติต่อต้านลดลง
19.1
ไม่แน่ใจ
4.4
 
 
รายละเอียดการสำรวจ
วัตถุประสงค์:
                 1) เพื่อสะท้อนความเห็นของประชาชนเกี่ยวกับปัญหาการคอร์รัปชั่นในสังคมไทย
                 2) เพื่อสะท้อนความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลในการแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น
 
ประชากรที่สนใจศึกษา:
                  การสำรวจใช้การสุ่มตัวอย่างจากประชาชนทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป โดยการสุ่ม
สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์จากฐานข้อมูลของกรุงเทพโพลล์ ด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple Random Sampling)
แล้วใช้วิธีการถ่วงน้ำหนักด้วยข้อมูลประชากรศาสตร์จากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
 
ความคลาดเคลื่อน (Margin of Error):
                  ในการประมาณการขนาดตัวอย่างมีขอบเขตของความคลาดเคลื่อน  3% ที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
 
วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล:
                  ใช้การสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ (Enumeration by telephone) โดยเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล
เป็นแบบสอบถามที่มีโครงสร้างแน่นอน ประกอบด้วยข้อคำถามแบบเลือกตอบ (Check List Nominal) และได้นำ
แบบสอบถามทุกชุดมาตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์ก่อน บันทึกข้อมูลและประมวลผล
 
ระยะเวลาในการเก็บข้อมูล:  : 29 สิงหาคม – 1 กันยายน 2559
 
วันที่เผยแพร่ผลสำรวจ: 4 กันยายน 2559
 
สรุปข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มตัวอย่าง:
ตารางข้อมูลประชากรศาสตร์
 
จำนวน
ร้อยละ
เพศ:
   
             ชาย
684
55.5
             หญิง
548
44.5
รวม
1,232
100.0
อายุ:
 
 
             18 – 30 ปี
173
14.0
             31 – 40 ปี
289
23.5
             41 – 50 ปี
337
27.3
             51 – 60 ปี
284
23.1
             61 ปีขึ้นไป
149
12.1
รวม
1,232
100.0
การศึกษา:
 
 
             ต่ำกว่าปริญญาตรี
783
63.5
             ปริญญาตรี
353
28.7
             สูงกว่าปริญญาตรี
96
7.8
รวม
1,232
100.0
อาชีพ:
   
             ลูกจ้างรัฐบาล
169
13.7
             ลูกจ้างเอกชน
279
22.6
             ค้าขาย/ ทำงานส่วนตัว/ เกษตรกร
524
42.6
             เจ้าของกิจการ/ นายจ้าง
63
5.1
             พ่อบ้าน/ แม่บ้าน/ เกษียณอายุ
145
11.8
             นักเรียน/ นักศึกษา
40
3.2
             ว่างงาน/ รวมกลุ่ม
12
1.0
รวม
1,232
100.0
 
ติดตามกรุงเทพโพลล์ผ่าน twitter ได้ที่  twitter bangkokpoll
Download PDF file:  
 
ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์)    โทร. 0-2350-3500 ต่อ 1770-1776