analyticstracking
หัวข้อ“ ม.44 กับการเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย ”
ประชาชนส่วนใหญ่ 72.3% มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ ม.44 ค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด
เมื่อถามถึง ม.44 ส่วนใหญ่ 47.5% จะนึกถึง ความสงบสุขเรียบร้อย
ชี้ ม.44 ปราบทุจริตในวงราชการ และห้ามชุมนุมประท้วง ช่วยให้สถานการณ์ประเทศดีขึ้นมากที่สุด
62.6% เชื่อมั่น ม.44 พาประเทศเดินหน้าปฏิรูปได้สำเร็จ
78.4% ยังอยากให้มี ม.44 ต่อไป ภายหลังการเลือกตั้งเรียบร้อยแล้ว
 
 
 
ดีมาก (5)
ดี (4)
ปานกลาง (3)
พอใช้ (2)
แย่ (1)
 
 
                  กรุงเทพโพลล์โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้ดำเนินการ
สำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “ม.44 กับการเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย”
โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,279 คน พบว่า
ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 72.3 มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ ม.44 ค่อนข้างน้อย
ถึงน้อยที่สุด
ขณะที่ร้อยละ 24.0 มีความรู้ความเข้าใจค่อนข้างมากถึงมากที่สุด ที่เหลือ
ร้อยละ 3.7 ไม่แน่ใจ
 
                 เมื่อถามถึง ม.44 ประชาชนจะนึกถึงอะไรมากที่สุด พบว่า อันดับ
แรก นึกถึงความสงบสุขเรียบร้อย (ร้อยละ 47.5)
รองลงมา นึกถึงอำนาจ การบังคับ
ใช้กฎหมาย (ร้อยละ 32.9) ความเด็ดขาด (ร้อยละ 23.2) การปราบปราม (ร้อยละ 17.7)
และรวดเร็ว สั่งการได้ทันที (ร้อยละ 16.2)
 
                  สำหรับเรื่องที่คิดว่าใช้ ม.44 แล้วทำให้สถานการณ์ประเทศดีขึ้น
มากที่สุดคือ การปราบทุจริตคอร์รัปชั่นในวงราชการ (ร้อยละ 50.9)
รองลงมาคือ
การห้ามชุมนุมประท้วง (ร้อยละ 45.7) การปราบปรามยาเสพติด (ร้อยละ 42.2) การปราบปรามมาเฟีย ผู้มีอิทธิพล
(ร้อยละ 40.0) และการบุกจับพระธัมมชโย (ร้อยละ 25.9)
 
                  เมื่อถามถึงความเชื่อมั่นต่อการใช้ ม.44 จะสามารถทำให้ประเทศไทยเดินหน้าปฏิรูปได้สำเร็จ พบว่า
ส่วนใหญ่ร้อยละ 62.6 เชื่อมั่นค่อนข้างมากถึงมากที่สุด
ขณะที่ร้อยละ 29.8 เชื่อมั่นค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด ส่วนร้อยละ
7.6 ไม่แน่ใจ
 
                  สุดท้ายเมื่อถามความเห็นว่าภายหลังจัดการเลือกตั้งเรียบร้อยแล้ว ควรมีการใช้ ม.44 ควบคุม
สถานการณ์ประเทศอีกหรือไม่พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 78.4 เห็นว่าควร มีต่อไป โดยในจำนวนนี้ ร้อยละ 60.7
เห็นว่าควรมีต่อไปแต่อยากให้ใช้เฉพาะในบางสถานการณ์ที่รัฐบาลไม่อาจควบคุมได้ รองลงมา ร้อยละ 17.7
อยากให้ใช้เพื่อควบคุมความสงบสุขของประเทศ
ขณะที่ร้อยละ 19.3 เห็นว่า ไม่ควรมีเพราะประเทศจะได้เดินหน้าสู่
ประชาธิปไตย มีเพียงร้อยละ 2.3 ไม่แน่ใจ
 
 
                  โดยมีรายละเอียดตามประเด็นข้อคำถาม ดังต่อไปนี้
 
             1. ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ ม.44 ของประชาชน

 
ร้อยละ
ค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด
   (โดยแบ่งเป็นค่อนข้างน้อยร้อยละ 34.5 และน้อยที่สุดร้อยละ 37.8)
72.3
ค่อนข้างมากถึงมากที่สุด
   (โดยแบ่งเป็นค่อนข้างมากร้อยละ 21.2 และมากที่สุดร้อยละ 2.8)
24.0
ไม่แน่ใจ
3.7
 
 
             2. ข้อคำถาม “เมื่อถามถึง ม.44 ท่านนึกถึงอะไรมากที่สุด” (5 อันดับแรก)
                
(ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)

 
ร้อยละ
ความสงบสุขเรียบร้อย
47.5
อำนาจ การบังคับใช้กฎหมาย
32.9
ความเด็ดขาด
23.2
การปราบปราม
17.7
รวดเร็ว สั่งการได้ทันที
16.2
 
 
             3. ข้อคำถาม “เรื่องที่คิดว่าใช้ ม.44 แล้วทำให้สถานการณ์ประเทศดีขึ้นมากที่สุด” (5 อันดับแรก)
                
(ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)

 
ร้อยละ
การปราบทุจริตคอร์รัปชั่นในวงราชการ
50.9
การห้ามชุมนุมประท้วง
45.7
การปราบปรามยาเสพติด
42.2
การปราบปรามมาเฟีย ผู้มีอิทธิพล
40.0
การบุกจับพระธัมมชโย
25.9
 
 
             4. ความเชื่อมั่นต่อการใช้ ม.44 จะสามารถทำให้ประเทศไทยเดินหน้าปฏิรูปได้สำเร็จ

 
ร้อยละ
เชื่อมั่นค่อนข้างมากถึงมากที่สุด
   (โดยแบ่งเป็นค่อนข้างมากร้อยละ 48.5 และมากที่สุดร้อยละ 14.1)
62.6
เชื่อมั่นค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด
   (โดยแบ่งเป็นค่อนข้างน้อยร้อยละ 20.0 และน้อยที่สุดร้อยละ 9.8)
29.8
ไม่แน่ใจ
7.6
 
 
             5. ข้อคำถาม “ภายหลังจัดการเลือกตั้งเรียบร้อยแล้ว ควรมีการใช้ ม.44 ควบคุมสถานการณ์
                  ประเทศอีกหรือไม่”


 
ร้อยละ
ควรมีต่อไป  
  แต่อยากให้ใช้เฉพาะในบางสถานการณ์ที่รัฐบาล
ไม่อาจควบคุมได้
ร้อยละ 60.7

  โดยอยากให้ใช้เพื่อควบคุมความสงบสุขของประเทศ ร้อยละ 17.7
78.4
ไม่ควรมีเพราะประเทศจะได้เดินหน้าสู่ประชาธิปไตย
19.3
ไม่แน่ใจ
2.3
 
 
รายละเอียดการสำรวจ
วัตถุประสงค์ในการสำรวจ:
                  1) เพื่อต้องการทราบว่าประชาชนรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับ ม.44 มากน้อยเพียงใด
                  2) เพื่อสะท้อนความเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่คิดว่าใช้ ม.44 แล้วทำให้สถานการณ์ประเทศดีขึ้นมากที่สุด
                  3) เพื่อสะท้อนความเชื่อมั่นต่อการใช้ ม.44 จะสามารถทำให้ประเทศไทยเดินหน้าปฏิรูปได้สำเร็จ
                  4) เพื่อสะท้อนความเห็นว่าภายหลังจัดการเลือกตั้งเรียบร้อยแล้ว ควรใช้ ม.44 ควบคุมสถานการณ์
                      ประเทศอีกหรือไม่
 
ประชากรที่สนใจศึกษา:
                  การสำรวจใช้การสุ่มตัวอย่างจากประชาชนทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป โดยการสุ่ม
สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์จากฐานข้อมูลของกรุงเทพโพลล์ ด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple Random Sampling)
แล้วใช้วิธีการถ่วงน้ำหนักด้วยข้อมูลประชากรศาสตร์จากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
 
ความคลาดเคลื่อน (Margin of Error):
                  ในการประมาณการขนาดตัวอย่างมีขอบเขตของความคลาดเคลื่อน  3% ที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
 
วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล:
                  ใช้การสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ (Enumeration by telephone) โดยเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล
เป็นแบบสอบถามที่มีโครงสร้างแน่นอน ประกอบด้วยข้อคำถามแบบเลือกตอบ (Check List Nominal) และได้นำ
แบบสอบถามทุกชุดมาตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์ก่อนบันทึกข้อมูลและประมวลผล
 
ระยะเวลาในการเก็บข้อมูล:  : 1 – 3 มีนาคม 2560
 
วันที่เผยแพร่ผลสำรวจ: 4 มีนาคม 2560
 
สรุปข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มตัวอย่าง:
ตารางข้อมูลประชากรศาสตร์
 
จำนวน
ร้อยละ
เพศ:
   
             ชาย
705
55.1
             หญิง
574
44.9
รวม
1,279
100.0
อายุ:
 
 
             18 – 30 ปี
179
14.0
             31 – 40 ปี
251
19.6
             41 – 50 ปี
344
26.9
             51 – 60 ปี
308
24.1
             61 ปีขึ้นไป
197
15.4
รวม
1,279
100.0
การศึกษา:
 
 
             ต่ำกว่าปริญญาตรี
849
66.4
             ปริญญาตรี
347
27.1
             สูงกว่าปริญญาตรี
83
6.5
รวม
1,279
100.0
อาชีพ:
   
             ลูกจ้างรัฐบาล
172
13.4
             ลูกจ้างเอกชน
297
23.2
             ค้าขาย/ ทำงานส่วนตัว/ เกษตรกร
523
40.9
             เจ้าของกิจการ/ นายจ้าง
46
3.6
            ทำงานให้ครอบครัว
5
0.4
             พ่อบ้าน/ แม่บ้าน/ เกษียณอายุ
176
13.8
             นักเรียน/ นักศึกษา
33
2.6
             ว่างงาน/ รวมกลุ่ม
27
2.1
รวม
1,279
100.0
 
ติดตามกรุงเทพโพลล์ผ่าน twitter ได้ที่  twitter bangkokpoll
Download PDF file:  
 
ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์)    โทร. 0-2350-3500 ต่อ 1770-1776