analyticstracking
หัวข้อ“ จุดใด? บนเส้นทางความปรองดองของรัฐบาล ”
ประชาชนส่วนใหญ่มองสถานการณ์ความปรองดองมีความคืบหน้า แต่ไม่เชื่อจะปรองดองสำเร็จ เหตุความเห็นต่าง
ในขณะที่มีสัดส่วนผู้ที่ไม่เห็นด้วยและผู้ที่เห็นด้วยกับแนวคิดการลดหย่อนโทษแทนการนิรโทษกรรมมีใกล้เคียงกัน
49.8% ไม่เห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมการกลางที่มาจากคู่กรณีขัดแย้งเป็นผู้เลือก
วอนรัฐรีบปฏิรูปการป้องกันคอร์รัปชั่น และกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม การมีสองมาตรฐาน
เพื่อปรองดองจะสำเร็จเร็วขึ้น
 
 
 
ดีมาก (5)
ดี (4)
ปานกลาง (3)
พอใช้ (2)
แย่ (1)
 
 
                  กรุงเทพโพลล์โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้ดำเนินการ
สำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “จุดใด? บนเส้นทางความปรองดองของ
รัฐบาล” โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,288 คน
พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 37.2 เห็นว่าสถานการณ์แนวทางการสร้าง
ความปรองดองของรัฐบาลมีความคืบหน้าไปในทิศทางที่ดี
ขณะที่ร้อยละ 33.9
เห็นว่า ยังไม่เห็นมีอะไรเป็นรูปธรรม ส่วนร้อยละ 24.7 เห็นว่ามีความล่าช้า เพราะมีอุปสรรค
มีความเห็นต่างกัน ที่เหลือร้อยละ 4.2 ไม่แน่ใจ
 
                 เมื่อถามว่าเห็นด้วยหรือไม่กับแนวคิดการสร้างความปรองดอง โดย
การลดหย่อนโทษทางการเมืองสำหรับผู้มาชุมนุม เช่น การรอลงอาญา แทนที่
การนิรโทษกรรม ส่วนใหญ่ร้อยละ 47.3 ระบุว่าไม่เห็นด้วย เพราะ ถ้ายอมได้
ในอนาคตก็จะมีคนทำแบบนี้อีก
ซึ่งมีสัดส่วนใกล้เคียงกับผู้ที่ระบุว่า เห็นด้วย เพราะ
ได้รับการลงโทษแล้ว ประเทศจะได้สงบสุขไม่มีความแตกแยก คิดเป็นร้อยละ 47.0
ส่วนที่เหลือร้อยละ 5.7 ไม่แน่ใจ
 
                  ส่วนความเห็นต่อการตั้งคณะกรรมการกลางเพื่อสร้างความปรองดอง ที่มาจากคู่กรณีขัดแย้ง
ทางการเมืองเป็นผู้เสนอรายชื่อ พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 49.8 ไม่เห็นด้วย เพราะ กรรมการแต่ละฝ่ายจะเข้าข้าง
ฝ่ายของตัวเองคิดว่ารัฐบาลควรหาคนกลางมาให้คู่ขัดแย้งเลือกเป็นคณะกรรมการ
ขณะที่ร้อยละ 44.3 เห็นด้วย
เพราะต่างฝ่ายต่างรู้ปัญหาจะได้ช่วยกันการแก้ปัญหาเพื่อให้เกิดความปรองดองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ที่เหลือร้อยละ 5.9 ไม่แน่ใจ
 
                  สำหรับเรื่องที่คิดว่ารัฐบาลควรเน้นปฏิรูปมากที่สุด เพื่อให้เกิดแนวทางความปรองดองอย่างรวดเร็ว
คือ กระบวนการป้องกันและปราบปรามการคอร์รัปชั่น (ร้อยละ 60.5)
รองลงมาคือ กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม
การมีสองมาตรฐาน (ร้อยละ 54.6) และพรรคการเมือง นักการเมือง (ร้อยละ 45.7)
 
                  สุดท้ายเมื่อถามว่าคิดว่าสุดท้ายแล้วเส้นทางความปรองดองของรัฐบาลจะเป็นอย่างไร ส่วนใหญ่
ร้อยละ 49.9 คิดว่าจะไม่สามารถปรองดองได้ เพราะความเห็นของแต่ละฝ่ายขัดแย้งกันเหมือนเดิม ขณะที่ร้อยละ
43.7
คิดว่าเส้นทางความปรองดองจะประสบความสำเร็จ ทุกฝ่ายยอมรับเงื่อนไขข้อตกลงร่วมกัน ที่เหลือร้อยละ 6.4 ไม่แน่ใจ
 
 
                  โดยมีรายละเอียดตามประเด็นข้อคำถาม ดังต่อไปนี้
 
             1. ความเห็นต่อสถานการณ์แนวทางการสร้างความปรองดองของรัฐบาล

 
ร้อยละ
มีความคืบหน้าไปในทิศทางที่ดี
37.2
ยังไม่เห็นมีอะไรเป็นรูปธรรม
33.9
มีความล่าช้า เพราะมีอุปสรรค มีความเห็นต่างกัน
24.7
ไม่แน่ใจ
4.2
 
 
             2. ข้อคำถาม “เห็นด้วยหรือไม่กับแนวคิดการสร้างความปรองดอง โดยการลดหย่อนโทษทางการเมือง
                 สำหรับผู้มาชุมนุม เช่น การรอลงอาญา แทนที่การนิรโทษกรรม”


 
ร้อยละ
ไม่เห็นด้วย เพราะ ถ้ายอมได้ในอนาคตก็จะมีคนทำแบบนี้อีก
47.3
เห็นด้วย เพราะ ได้รับการลงโทษแล้ว ประเทศจะได้สงบสุขไม่มีความแตกแยก
47.0
ไม่แน่ใจ
5.7
 
 
             3. ความเห็นต่อการตั้งคณะกรรมการกลางเพื่อสร้างความปรองดอง ที่มาจากคู่กรณีขัดแย้ง
                 ทางการเมืองเป็นผู้เสนอรายชื่อ


 
ร้อยละ
ไม่เห็นด้วย เพราะ กรรมการแต่ละฝ่ายจะเข้าข้างฝ่ายของตัวเองคิดว่ารัฐบาล
                         ควรหาคนกลางมาให้คู่ขัดแย้งเลือกเป็นคณะกรรมการ
49.8
เห็นด้วย เพราะ ต่างฝ่ายต่างรู้ปัญหาจะได้ช่วยกันการแก้ปัญหาเพื่อให้เกิด
                   ความปรองดองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
44.3
ไม่แน่ใจ
5.9
 
 
             4. เรื่องที่คิดว่ารัฐบาลควรเน้นปฏิรูปมากที่สุด เพื่อให้เกิดแนวทางความปรองดองอย่างรวดเร็ว
                
(ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)

 
ร้อยละ
กระบวนการป้องกันและปราบปรามการคอร์รัปชั่น
60.5
กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม การมีสองมาตรฐาน
54.6
พรรคการเมือง นักการเมือง
45.7
ความเหลื่อมล้ำทางสังคม การแบ่งฝักฝ่าย
41.4
ระบบราชการไทย การแต่งตั้งข้าราชการ
38.4
 
 
             5. ข้อคำถาม “คิดว่าสุดท้ายแล้วเส้นทางความปรองดองของรัฐบาลจะเป็นอย่างไร”

 
ร้อยละ
คิดว่าจะไม่สามารถปรองดองได้ เพราะความเห็นของแต่ละฝ่าย
ขัดแย้งกันเหมือนเดิม
49.9
คิดว่าเส้นทางความปรองดองจะประสบความสำเร็จ ทุกฝ่ายยอมรับเงื่อนไข
ข้อตกลงร่วมกัน
43.7
ไม่แน่ใจ
6.4
 
 
รายละเอียดการสำรวจ
วัตถุประสงค์ในการสำรวจ:
                  1) เพื่อสะท้อนความเห็นต่อแนวทางความปรองดองของรัฐบาล
                  2) เพื่อสะท้อนความเห็นเกี่ยวกับแนวคิดในเรื่องการลดหย่อนโทษทางการเมืองแทนการนิรโทษกรรม
                  3) เพื่อสะท้อนความเห็นเกี่ยวกับการตั้งคณะกรรมการกลางเพื่อสร้างความปรองดอง
                      ที่มาจากคู่กรณีขัดแย้งทางการเมืองเป็นผู้เสนอรายชื่อ
 
ประชากรที่สนใจศึกษา:
                  การสำรวจใช้การสุ่มตัวอย่างจากประชาชนทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป โดยการสุ่ม
สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์จากฐานข้อมูลของกรุงเทพโพลล์ ด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple Random Sampling)
แล้วใช้วิธีการถ่วงน้ำหนักด้วยข้อมูลประชากรศาสตร์จากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
 
ความคลาดเคลื่อน (Margin of Error):
                  ในการประมาณการขนาดตัวอย่างมีขอบเขตของความคลาดเคลื่อน  3% ที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
 
วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล:
                  ใช้การสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ (Enumeration by telephone) โดยเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล
เป็นแบบสอบถามที่มีโครงสร้างแน่นอน ประกอบด้วยข้อคำถามแบบเลือกตอบ (Check List Nominal) และได้นำ
แบบสอบถามทุกชุดมาตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์ก่อนบันทึกข้อมูลและประมวลผล
 
ระยะเวลาในการเก็บข้อมูล:  : 15 – 17 มีนาคม 2560
 
วันที่เผยแพร่ผลสำรวจ: 18 มีนาคม 2560
 
สรุปข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มตัวอย่าง:
ตารางข้อมูลประชากรศาสตร์
 
จำนวน
ร้อยละ
เพศ:
   
             ชาย
690
53.6
             หญิง
598
46.4
รวม
1,288
100.0
อายุ:
 
 
             18 – 30 ปี
156
12.1
             31 – 40 ปี
257
20.0
             41 – 50 ปี
336
26.0
             51 – 60 ปี
314
24.4
             61 ปีขึ้นไป
225
17.5
รวม
1,288
100.0
การศึกษา:
 
 
             ต่ำกว่าปริญญาตรี
828
64.3
             ปริญญาตรี
362
28.1
             สูงกว่าปริญญาตรี
98
7.6
รวม
1,288
100.0
อาชีพ:
   
             ลูกจ้างรัฐบาล
148
11.5
             ลูกจ้างเอกชน
294
22.8
             ค้าขาย/ ทำงานส่วนตัว/ เกษตรกร
517
40.2
             เจ้าของกิจการ/ นายจ้าง
47
3.6
            ทำงานให้ครอบครัว
9
0.7
             พ่อบ้าน/ แม่บ้าน/ เกษียณอายุ
223
17.3
             นักเรียน/ นักศึกษา
36
2.8
             ว่างงาน/ รวมกลุ่ม
14
1.1
รวม
1,288
100.0
 
ติดตามกรุงเทพโพลล์ผ่าน twitter ได้ที่  twitter bangkokpoll
Download PDF file:  
 
ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์)    โทร. 0-2350-3500 ต่อ 1770-1776