analyticstracking
หัวข้อ“ ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรม ”
             ประชาชน 76.8% มีความเชื่อมั่นค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด ว่าการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐ
มีความบริสุทธิ์ ยุติธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ
             ทั้งนี้หากไม่สามารถลงโทษการกระทำผิดของกลุ่มผู้มีอิทธิพลและข้าราชการบางกลุ่มได้ จะทำให้
ประชาชนจะหมดศรัทธาในกระบวนการยุติธรรม
             โดย 78.6% เห็นด้วยว่า กระแสจากโลกโซเชียลและสื่อมวลชนที่ออกมาช่วยตีแผ่เหตุการณ์
หรือคดีต่างๆ จะทำให้สังคมคอยจับตามมองและทำให้คดีคืบหน้าเร็วขึ้น
 
 
 
ดีมาก (5)
ดี (4)
ปานกลาง (3)
พอใช้ (2)
แย่ (1)
 
 
                  กรุงเทพโพลล์โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้ดำเนินการ
สำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง “ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการ
ยุติธรรม”
โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป จากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ
จำนวน 1,116 คน พบว่า
 
                  การที่กระบวนการยุติธรรมไทยไม่สามารถลงโทษการกระทำผิด
ของกลุ่มผู้มีอิทธิพลและข้าราชการบางกลุ่มได้นั้น ประชาชนร้อยละ 32.7 ระบุว่า
จะส่งผลให้ประชาชนจะหมดศรัทธาในกระบวนการยุติธรรม
รองลงมาร้อยละ 24.1
ระบุว่า จะส่งผลให้คนชั่วเพิ่มขึ้นเพราะไม่เกรงกลัวต่อการทำผิดกฎหมาย และร้อยละ 22.0
ระบุว่า จะส่งผลให้เกิดค่านิยม มีอิทธิพลก็พ้นผิด ความยุติธรรมเงินซื้อได้
 
                  ทั้งนี้เมื่อถามถึงความเชื่อมั่นต่อการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่
รัฐมีความบริสุทธิ์ ยุติธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 76.8 ระบุว่า
มีความเชื่อมั่นค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด
ขณะที่ ร้อยละ 23.2 มีความเชื่อมั่นค่อนข้าง
มากถึงมากที่สุด
 
                  สำหรับความเห็นต่อกระแสจากโซเชียลและสื่อมวลชนที่มาช่วยสอดส่องและตีแผ่เหตุการณ์
หรือคดีต่างๆ ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ประชาชนร้อยละ 78.6 ระบุว่าดีและเห็นด้วย
(เพราะทำให้สังคมรู้ข้อมูล
และคอยจับตามมองและทำให้คดีคืบหน้าเร็วขึ้น) ขณะที่ร้อยละ 21.4 ระบุว่าไม่ดีและไม่เห็นด้วย (เพราะจะทำให้บุคคล
กลายเป็นจำเลยสังคมทั้งที่ยังไม่โดนตัดสินและ จะทำให้เสียรูปคดี)
 
 
                  โปรดพิจารณารายละเอียดดังต่อไปนี้
 
             1. การที่กระบวนการยุติธรรมไทยไม่สามารถลงโทษการกระทำผิดของกลุ่มผู้มีอิทธิพล
                 และข้าราชการบางกลุ่มจะส่งผลอย่างไร

 
ร้อยละ
ประชาชนจะหมดศรัทธาในกระบวนการยุติธรรม
32.7
คนชั่วเพิ่มขึ้นเพราะไม่เกรงกลัวต่อการทำผิดกฎหมาย
24.1
เกิดค่านิยม มีอิทธิพลก็พ้นผิด ความยุติธรรมเงินซื้อได้
22.0
เปิดช่องให้เจ้าหน้าที่รัฐเลือกปฏิบัติมากขึ้น
13.9
เสื่อมเสียชื่อเสียงของประเทศไทย
7.3
 
 
             2. ความเชื่อมั่นต่อการบังคับใช้ กฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐมีความบริสุทธิ์ ยุติธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ

 
ร้อยละ
เชื่อมั่นค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด
โดยแบ่งเป็น
  เชื่อมั่นน้อยที่สุด ร้อยละ 42.6
  เชื่อมั่นค่อนข้างน้อย ร้อยละ 34.2
76.8
เชื่อมั่นค่อนข้างมากถึงมากที่สุด
โดยแบ่งเป็น
  เชื่อมั่นมากที่สุด ร้อยละ 6.5
  เชื่อมั่นค่อนข้างมาก ร้อยละ 16.7
23.2
 
 
             3. ความเห็นต่อกระแสจากโซเชียลและสื่อมวลชนที่มาช่วยสอดส่องและตีแผ่ เหตุการณ์หรือคดีต่างๆ
                 ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม

 
ร้อยละ
ดีและเห็นด้วย
โดยให้เหตุผลว่า
  ทำให้สังคมรู้ข้อมูลและคอยจับตามมอง ร้อยละ 53.9
  ทำให้คดีคืบหน้าเร็วขึ้น ร้อยละ 24.7
78.6
ไม่ดีและไม่เห็นด้วย
โดยให้เหตุผลว่า
  จะทำให้บุคคลกลายเป็นจำเลยสังคมทั้งที่ยังไม่โดนตัดสิน ร้อยละ 16.3
  จะทำให้เสียรูปคดี ร้อยละ 5.0
21.4
 
 
รายละเอียดการสำรวจ
วัตถุประสงค์ในการสำรวจ:
                  เพื่อสอบถามความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของสังคมไทย
รวมถึงกระแสโซเชียลและสื่อมวลชน ที่ช่วยสอดส่องและตีแผ่เหตุการณ์และคดีต่างๆ เพื่อสะท้อนมุมมองความคิดเห็น
ของประชาชนให้สังคมและผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ
 
ประชากรที่สนใจศึกษา:
                  การสำรวจใช้การสุ่มตัวอย่างจากประชาชนทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป โดยการสุ่ม
สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์จากฐานข้อมูลของกรุงเทพโพลล์ ด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบ Simple Random Sampling
แล้วใช้วิธีการถ่วงน้ำหนักด้วยข้อมูลประชากรศาสตร์จากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
 
ความคลาดเคลื่อน (Margin of Error):
                  ในการประมาณการขนาดตัวอย่างมีขอบเขตของความคลาดเคลื่อน  3% ที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
 
วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล:
                  ใช้การสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเป็นแบบสอบถามที่มีโครงสร้างแน่นอน
ประกอบด้วยข้อคำถามแบบเลือกตอบ (Check List Nominal) จากนั้นได้นำแบบสอบถามทุกชุดมาตรวจสอบความถูกต้อง
สมบูรณ์ก่อนบันทึกข้อมูลและประมวลผล
 
ระยะเวลาในการเก็บข้อมูล:  : 9 - 12 พฤษภาคม 2560
 
วันที่เผยแพร่ผลสำรวจ: 13 พฤษภาคม 2560
 
สรุปข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มตัวอย่าง:
ตารางข้อมูลประชากรศาสตร์
 
จำนวน
ร้อยละ
เพศ:
   
             ชาย
588
52.7
             หญิง
528
47.3
รวม
1,116
100.0
อายุ:
 
 
             18 – 30 ปี
142
12.7
             31 – 40 ปี
235
21.1
             41 – 50 ปี
297
26.6
             51 – 60 ปี
269
24.1
             61 ปีขึ้นไป
173
15.5
รวม
1,116
100.0
การศึกษา:
 
 
             ต่ำกว่าปริญญาตรี
712
63.8
             ปริญญาตรี
306
27.4
             สูงกว่าปริญญาตรี
98
8.8
รวม
1,116
100.0
อาชีพ:
   
             ลูกจ้างรัฐบาล
144
12.9
             ลูกจ้างเอกชน
273
24.5
             ค้าขาย/ ทำงานส่วนตัว/ เกษตรกร
436
39.1
             เจ้าของกิจการ/ นายจ้าง
46
4.1
             ทำงานให้ครอบครัว
2
0.2
             พ่อบ้าน/ แม่บ้าน/ เกษียณอายุ
163
14.6
             นักเรียน/ นักศึกษา
27
2.4
             ว่างงาน/ รอฤดูกาล/ รวมกลุ่ม
25
2.3
รวม
1,116
100.0
 
ติดตามกรุงเทพโพลล์ผ่าน twitter ได้ที่  twitter bangkokpoll
Download PDF file:  
 
ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์)    โทร. 0-2350-3500 ต่อ 1770-1776