analyticstracking
หัวข้อ   “ ประชาชนกับวิกฤตภัยแล้ง 2020 ”
ประชาชนส่วนใหญ่ 72.5% กังวลค่อนข้างมากถึงมากที่สุดต่อสถานการณ์ภัยแล้ง
ส่วนใหญ่ 50.5% กังวลเรื่องการทำเกษตร/รายได้เกษตรกร/พืชผลเกษตรเสียหาย
81.5%มีการเตรียมรับมือกับภัยแล้ง โดย 67.8% ใช้น้ำอย่างประหยัดขึ้น
53.3% เห็นว่าภัยแล้งจะกระทบต่อการดำรงชีวิตและอาชีพค่อนข้างมากถึงมากที่สุด
57.0% เชื่อมั่นค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุดว่าการเปิดกองอำนวยการน้ำแห่งชาติจะช่วยแก้ภัยแล้งได้
 
 
 
ดีมาก (5)
ดี (4)
ปานกลาง (3)
พอใช้ (2)
แย่ (1)
 
 
                 กรุงเทพโพลล์โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ดำเนินการสำรวจ
ความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “ประชาชนกับวิกฤตภัยแล้ง 2020” โดยเก็บข้อมูล กับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,182 คน พบว่า ประชาชน
ส่วนใหญ่ 50.5 กังวลเรื่องการทำเกษตร/รายได้เกษตรกร/พืชผลเกษตรเสียหาย
มากที่สุด หากเกิดสถานการณ์ภัยแล้ง
รองลงมาคือ ไม่มีน้ำดื่มน้ำใช้คิดเป็นร้อยละ
49.1และข้าวของราคาแพงขึ้น /ราคาสินค้าเกษตรแพงขึ้นคิดเป็นร้อยละ 48.6
 
                 เมื่อถามว่าวิตกกังวลมากน้อยเพียงใดกับสถานการณ์ภัยแล้ง
ที่คาดว่าจะมีความรุนแรงมากเป็นอันดับสองในรอบ 40 ปี นับตั้งแต่ปี 2522
พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 72.5 กังวลค่อนข้างมากถึงมากที่สุด
ขณะที่ร้อยละ 27.5
กังวลค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด
 
                  สำหรับการเตรียมรับมือกับภัยแล้งพบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 81.5
มีการเตรียมรับมือ โดยในจำนวนนี้ร้อยละ 67.8 ใช้น้ำอย่างประหยัดขึ้น
รองลงมา
ร้อยละ 19.5 กักตุนน้ำดื่ม และร้อยละ 18.0 ซื้อถังเก็บน้ำ ขณะที่ร้อยละ 18.5 ไม่มีการ
เตรียมรับมือ เพราะน่าจะมีน้ำใช้เพียงพอ
 
                  เมื่อถามความเห็นต่อสถานการณ์ภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นมีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและอาชีพของท่าน
มากน้อยเพียงใด ส่วนใหญ่ร้อยละ 53.3 เห็นว่ามีผลค่อนข้างมากถึงมากที่สุด
ขณะที่ร้อยละ 46.7 เห็นว่ามีผลค่อนข้าง
น้อยถึงน้อยที่สุด
 
                  สุดท้ายเมื่อถามถึงความเชื่อมั่นต่อการเปิดกองอำนวยการน้ำแห่งชาติของหน่วยงานรัฐ จะสามารถ
แก้ปัญหาภัยแล้งและทำให้คนไทยมีน้ำใช้ตลอดทั้งปีได้ ส่วนใหญ่ร้อยละ 57.0 เชื่อมั่นค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด

ขณะที่ร้อยละ 43.0 เชื่อมั่นค่อนข้างมากถึงมากที่สุด
 
 
                  รายละเอียดตามประเด็นข้อคำถามดังต่อไปนี้
 
             1. เรื่องที่กังวลหากเกิดสถานการณ์ภัยแล้ง (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)
                 

 
ร้อยละ
การทำเกษตร/รายได้เกษตรกร/พืชผลเกษตรเสียหาย
50.5
ไม่มีน้ำดื่มน้ำใช้
49.1
ข้าวของราคาแพงขึ้น /ราคาสินค้าเกษตรแพงขึ้น
48.6
ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ
36.7
การเกิดไฟป่า
26.4
การกักตุนสินค้า /สินค้าขาดแคลน เช่น น้ำดื่ม
24.6
 
 
             2. วิตกกังวลมากน้อยเพียงใดกับสถานการณ์ภัยแล้งที่คาดว่าจะมีความรุนแรงมากเป็นอันดับสอง
                  ในรอบ 40 ปี นับตั้งแต่ ปี 2522

                 

 
ร้อยละ
ค่อนข้างมากถึงมากที่สุด
(โดยแบ่งเป็นค่อนข้างมากร้อยละ 52.0 และมากที่สุดร้อยละ 20.5)
72.5
ค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด
(โดยแบ่งเป็นค่อนข้างน้อยร้อยละ 19.8 และน้อยที่สุดร้อยละ 7.7)
27.5
 
 
             3. ข้อคำถาม “มีการเตรียมรับมือกับภัยแล้งหรือไม่”
                 

 
ร้อยละ
มีการเตรียมรับมือ
(ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ) ใช้น้ำอย่างประหยัดขึ้น ร้อยละ 67.8
กักตุนน้ำดื่ม ร้อยละ 19.5
ซื้อถังเก็บน้ำ ร้อยละ 18.0
เปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นแทน ร้อยละ 6.7
งดทำการเกษตร/เปลี่ยนอาชีพ ร้อยละ 5.4
อื่นๆ เช่น สร้างฝาย ขุดบ่อน้ำ ร้อยละ 4.4
81.5
ไม่มีการเตรียมรับมือ เพราะน่าจะมีน้ำใช้เพียงพอ
18.5
 
 
             4. ความเห็นต่อสถานการณ์ภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นมีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและอาชีพมากน้อยเพียงใด
                 

 
ร้อยละ
ค่อนข้างมากถึงมากที่สุด
(โดยแบ่งเป็นค่อนข้างมากร้อยละ 38.2 และมากที่สุดร้อยละ 15.1)
53.3
ค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด
(โดยแบ่งเป็นค่อนข้างน้อยร้อยละ 30.8 และน้อยที่สุดร้อยละ 15.9 )
46.7
 
 
             5. ความเชื่อมั่นต่อการเปิดกองอำนวยการน้ำแห่งชาติของหน่วยงานรัฐ จะสามารถแก้ปัญหาภัยแล้ง
                  และทำให้คนไทยมีน้ำใช้ตลอดทั้งปีได้

                 

 
ร้อยละ
ค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด
(โดยแบ่งเป็นค่อนข้างน้อยร้อยละ 37.3 และน้อยที่สุดร้อยละ 19.7)
57.0
ค่อนข้างมากถึงมากที่สุด
(โดยแบ่งเป็นค่อนข้างมากร้อยละ 37.0 และมากที่สุดร้อยละ 6.0)
43.0
 
 
รายละเอียดการสำรวจ
วัตถุประสงค์การสำรวจ:
                  1) เพื่อสะท้อนถึงความวิตกกังวลต่อสถานการณ์ภัยแล้งที่จะเกิดขึ้น
                  2) เพื่อต้องการทราบถึงการรับมือกับภัยแล้ง
                  3) เพื่อสะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อการเปิดกองอำนวยการน้ำแห่งชาติของหน่วยงานรัฐ
                      จะสามารถแก้ปัญหาภัยแล้งและทำให้คนไทยมีน้ำใช้ตลอดทั้งปีได้
 
ประชากรที่สนใจศึกษา:
                  การสำรวจใช้การสุ่มตัวอย่างจากประชาชนทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป โดยการสุ่ม
สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์จากฐานข้อมูลของกรุงเทพโพลล์ ด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple Random Sampling)
แล้วใช้วิธีการถ่วงน้ำหนักด้วยข้อมูลประชากรศาสตร์จากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของกรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย
 
ความคลาดเคลื่อน (Margin of Error):
                  ในการประมาณการขนาดตัวอย่างมีขอบเขตของความคลาดเคลื่อน  3% ที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
 
วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล:
                  ใช้การสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ (Enumeration by telephone) โดยเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล
เป็นแบบสอบถามที่มีโครงสร้างแน่นอน ประกอบด้วยข้อคำถามแบบเลือกตอบ (Check List Nominal) จากนั้น
ได้นำแบบสอบถามทุกชุดมาตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์ก่อนบันทึกข้อมูลและประมวลผล
 
ระยะเวลาในการเก็บข้อมูล:  : 14-15 มกราคม 2563
 
วันที่เผยแพร่ผลสำรวจ: 18 มกราคม 2563
 
สรุปข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มตัวอย่าง:
ตารางข้อมูลประชากรศาสตร์
 
จำนวน
ร้อยละ
เพศ:
   
             ชาย
576
48.7
             หญิง
606
51.3
รวม
1,182
100.0
อายุ:
 
 
             18 – 30 ปี
83
7.0
             31 – 40 ปี
179
15.1
             41 – 50 ปี
301
25.5
             51 – 60 ปี
364
30.8
             61 ปีขึ้นไป
255
21.6
รวม
1,182
100.0
การศึกษา:
 
 
             ต่ำกว่าปริญญาตรี
746
63.1
             ปริญญาตรี
338
28.6
             สูงกว่าปริญญาตรี
98
8.3
รวม
1,182
100.0
อาชีพ:
   
             ลูกจ้างรัฐบาล
137
11.6
             ลูกจ้างเอกชน
259
21.9
             ค้าขาย/ ทำงานส่วนตัว/ เกษตรกร
525
44.4
             เจ้าของกิจการ/ นายจ้าง
41
3.5
             ทำงานให้ครอบครัว
2
0.2
             พ่อบ้าน / แม่บ้าน / เกษียณอายุ
189
16.0
             นักเรียน/ นักศึกษา
18
1.5
             ว่างงาน/ รวมกลุ่ม
11
0.9
รวม
1,182
100.0
 
ติดตามกรุงเทพโพลล์ผ่าน twitter ได้ที่  twitter bangkokpoll
Download PDF file:  
 
ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์)    โทร. 0-2350-3500 ต่อ 1770-1776