analyticstracking
หัวข้อ   “ รถเมล์แบบไหน ถูกใจคนกรุง ”
                คนกรุงส่วนใหญ่ร้อยละ 46.7 พึงพอใจรถเมล์ที่วิ่งอยู่บนท้องถนนในระดับน้อย
       โดยร้อยละ 61.1 ระบุว่าภาพลักษณ์ของรถเมล์ในปัจจุบันคือ “ต้องรอนาน รถไม่พอกับความต้องการ”
                ทั้งนี้ส่วนใหญ่ร้อยละ 61.6 คาดหวังให้ รถเมล์มาตรงเวลา ผู้โดยสารไม่ต้องรอนาน จะได้เดินทาง
      รวดเร็วขึ้น พร้อมแนะด้านราคา อยากให้มีการใช้ E-Ticket แทนการใช้เงินสด และ ปรับราคาค่าโดยสาร
      แบบเหมาจ่าย 30 บาทต่อวัน เพื่อลดภาระค่าครองชีพ
 
 
 
ดีมาก (5)
ดี (4)
ปานกลาง (3)
พอใช้ (2)
แย่ (1)
 
 
                 กรุงเทพโพลล์โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ สำรวจความคิดเห็น
ประชาชน เรื่อง “รถเมล์แบบไหน ถูกใจคนกรุง” โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนที่ใช้
บริการรถเมล์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 1,299 คน พบว่า
 
                 ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 46.7 ระบุว่ามีความพึงพอต่อใจรถเมล์
ที่วิ่งอยู่บนท้องถนนในระดับน้อย
รองลงมาร้อยละ 33.0 ระบุว่าพึงพอใจปานกลาง
และร้อยละ 20.3 ระบุว่าพึงพอใจมาก
 
                 เมื่อถามถึงภาพลักษณ์ของรถเมล์ที่วิ่งอยู่ในปัจจุบัน ว่าเป็นอย่างไร
พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 61.1 ระบุว่า รอรถเมล์นาน รถไม่พอกับความ
ต้องการ
รองลงมาร้อยละ 51.7 ระบุว่ารถมีสภาพเก่า ชำรุด ทรุดโทรม และร้อยละ 41.2
ระบุว่า ปล่อยควันดำ ส่งผลเสียด้านมลพิษ
 
                 สำหรับความคาดหวังว่าอยากได้รถเมล์แบบใด นั้น พบว่า ส่วนใหญ่
ร้อยละ 61.6 ระบุว่าอยากให้รถเมล์มาตรงเวลา ผู้โดยสารไม่ต้องรอนาน จะได้
เดินทางรวดเร็วขึ้น
รองลงมาร้อยละ 53.1 ระบุว่าเป็นรถเมล์ใหม่ปรับอากาศทุกคัน ทุกสาย เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร
และร้อยละ 51.9 ระบุว่าออกรถถี่ขึ้น มีที่นั่งเพียงพอ ไม่ต้องเบียดแออัดกัน / แบบ New Normal
 
 
                  โดยมีรายละเอียดตามประเด็นข้อคำถาม ดังต่อไปนี้
 
             1.ความพึงพอใจต่อรถเมล์ที่วิ่งอยู่บนท้องถนนในปัจจุบัน                 

 
ร้อยละ
พึงพอใจน้อย
46.7
พึงพอใจปานกลาง
33.0
พึงพอใจมาก
20.3
 
 
             2. ภาพลักษณ์ของรถเมล์ที่วิ่งอยู่บนท้องถนนในปัจจุบันเป็นอย่างไร   (ตอบได้มากกว่า1 ข้อ)

 
ร้อยละ
รอรถเมล์นาน รถไม่พอกับความต้องการ
61.1
รถมีสภาพเก่า ชำรุด ทรุดโทรม
51.7
ปล่อยควันดำ ส่งผลเสียด้านมลพิษ
41.2
ขับรถหวาดเสียว ขับเร็ว จอดคร่อมเลน ไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร
41.1
ไม่จอดตามป้าย /จอดเลยป้าย
26.0
พนักงานพูดจาไม่สุภาพ
23.7
มีเส้นทางเดินรถที่ทับซ้อนกันทำให้จราจรติดขัด
16.9
ราคาค่าโดยสารไม่สอดรับกับค่าครองชีพ
13.5
 
 
             3. ความคาดหวังว่าอยากได้รถเมล์แบบใด   (ตอบได้มากกว่า1 ข้อ)

 
ร้อยละ
รถเมล์มาตรงเวลา ผู้โดยสารไม่ต้องรอนาน จะได้เดินทางรวดเร็วขึ้น
61.6
เป็นรถเมล์ใหม่ปรับอากาศทุกคัน ทุกสาย เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร
53.1
ออกรถถี่ขึ้น มีที่นั่งเพียงพอ ไม่ต้องเบียดแออัดกัน / แบบ New Normal
51.9
เป็นรถ NGV และรถ EV ปรับอากาศทุกคัน ลดปัญหามลพิษ/ควันดำ/ฝุ่น PM2.5
48.6
มีรถเมล์ครอบคลุมทุกเส้นทาง
46.3
รถโดยสารเป็นรถชานต่ำ เป็นมิตรกับผู้ด้อยโอกาส คนพิการ เป็นพิเศษ
37.6
จัดระบบเดินรถใหม่ เส้นทางไม่ซ้ำซ้อนกัน
21.2
อื่นๆ อาทิ ชำระค่าบริการผ่าน E-Ticket แทนการใช้เงินสด ปรับราคาค่าโดยสาร แบบเหมาจ่าย 30 บาท ต่อวัน เพื่อลดภาระค่าครองชีพประชาชน ฯลฯ
26.8
 
 
รายละเอียดการสำรวจ
วัตถุประสงค์การสำรวจ:
                  เพื่อสอบถามความคิดเห็นของประชาชนที่ใช้บริการรถเมล์ ในกรุงเทพฯและปริมณฑล เกี่ยวกับความพึงพอใจ
ต่อการใช้บริการรถเมล์ ภาพลักษณ์รถเมล์ที่วิ่งอยู่บนท้องถนนในปัจจุบัน ตลอดจนความคาดหวังต่อรูปแบบรถเมล์ที่อยากจะได้
เพื่อสะท้อนมุมมองความคิดเห็นของประชาชนให้สังคมและผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ
 
ประชากรที่สนใจศึกษา:
                  การสำรวจใช้การสุ่มตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปทุกสาขาอาชีพที่ที่ใช้บริการรถเมล์ ในกรุงเทพฯและ
ปริมณฑล โดยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-Stage Sampling) โดยในพื้นที่กรุงเทพฯ แบ่งพื้นที่การเก็บข้อมูล
ออกเป็น เขตชั้นใน เขตชั้นกลาง และเขตชั้นนอก ได้แก่ คลองเตย จตุจักร ดอนเมือง ดินแดง ดุสิต บางกะปิ บางขุนเทียน
บางเขน บางเขน บางคอแหลม บางแค บางซื่อ บางนา บางบอน บางรัก บึงกุ่ม ปทุมวัน ประเวศ พระนคร ภาษีเจริญ มีนบุรี
ราชเทวี สวนหลวง ห้วยขวาง และจังหวัดปริมณฑล 3 จังหวัด ได้แก่ ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ จากนั้นจึงสุ่มถนนและ
ประชากรเป้าหมายที่จะสัมภาษณ์อย่างเป็นระบบ ได้กลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 1,299 คน เป็นเพศชายร้อยละ 47.3 และเพศหญิง
ร้อยละ 52.7
 
ความคลาดเคลื่อน (Margin of Error):
                  ในการประมาณการขนาดตัวอย่างมีขอบเขตของความคลาดเคลื่อน  3% ที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
 
วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล:
                  ใช้การสัมภาษณ์แบบพบตัว (Face-to-face Interview) โดยเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเป็นแบบสอบถาม
ที่มีโครงสร้างแน่นอน ประกอบด้วยข้อคำถามแบบเลือกตอบ (Check List Nominal) จากนั้นจึงนำแบบสอบถามทุกชุดมา
ตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์ก่อนบันทึกข้อมูลและประมวลผล
 
ระยะเวลาในการเก็บข้อมูล:  : 25 – 29 มิถุนายน 2563
 
วันที่เผยแพร่ผลสำรวจ: 4 กรกฎาคม 2563
 
สรุปข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มตัวอย่าง:
ตารางข้อมูลประชากรศาสตร์
 
จำนวน
ร้อยละ
เพศ:
   
             ชาย
615
47.3
             หญิง
684
52.7
รวม
1,299
100.0
อายุ:
 
 
             18 – 30 ปี
328
25.3
             31 – 40 ปี
246
18.9
             41 – 50 ปี
254
19.5
             51 – 60 ปี
258
19.9
             61 ปีขึ้นไป
213
16.4
รวม
1,299
100.0
การศึกษา:
 
 
             ต่ำกว่าปริญญาตรี
894
68.8
             ปริญญาตรี
352
27.1
             สูงกว่าปริญญาตรี
53
4.1
รวม
1,299
100.0
อาชีพ:
   
             ลูกจ้างรัฐบาล
147
11.3
             ลูกจ้างเอกชน
418
32.2
             ค้าขาย/ ทำงานส่วนตัว/ เกษตรกร
402
31.0
             เจ้าของกิจการ/ นายจ้าง
16
1.2
             ทำงานให้ครอบครัว
5
0.4
             พ่อบ้าน / แม่บ้าน / เกษียณอายุ
143
11.0
             นักเรียน/ นักศึกษา
121
9.3
             ว่างงาน/ รวมกลุ่ม
47
3.6
รวม
1,299
100.0
 
ติดตามกรุงเทพโพลล์ผ่าน twitter ได้ที่  twitter bangkokpoll
Download PDF file:  
 
ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์)    โทร. 02-407-3888 ต่อ 2898