analyticstracking
หัวข้อ   “ ปลดล็อกกัญชา...สู่พืชเศรษฐกิจใหม่ของไทย ”
                 ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 64.5 ระบุว่าทราบข่าว การปลดล็อก ให้ปลูกกัญชาอย่างถูกกฎหมายได้
     ครัวเรือนละ 6 ต้น โดยร้อยละ 53.3 ระบุว่าการอนุญาตให้ปลูกได้ครัวเรือนละ 6 ต้น ไม่เพียงพอต่อการสร้าง
     รายได้ให้เกษตรกรและนําไปสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้
                 ส่วนประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 71.3 ระบุว่าหากภาครัฐต้องการผลักดันกัญชาให้เป็นพืชเศรษฐกิจ
     ตัวใหม่ควรให้ความรู้กับผู้ที่ต้องการปลูกและหาตลาดรองรับ โดยร้อยละ 44.7 กังวลว่าหากควบคุมการปลูก
     กัญชาไม่ดีอาจมีการลักลอบนําไปเสพ จําหน่ายเป็นสารเสพติดได้
                 ทั้งนี้ประชาชนร้อยละ 50.8 ตอบรับอาหารและเครื่องดื่มเมนูกัญชาโดยให้เหตุผลว่า มีสรรพคุณ
     เป็นยา และอยากลองกินดู
 
 
 
ดีมาก (5)
ดี (4)
ปานกลาง (3)
พอใช้ (2)
แย่ (1)
 
 
                 กรุงเทพโพลล์โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพสำรวจความคิดเห็น
ประชาชนเรื่อง “ปลดล็อกกัญชา...สู่พืชเศรษฐกิจใหม่ของไทย” โดยเก็บข้อมูล
จากประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,171 คน พบว่า
 
                 ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 64.5 ระบุว่าทราบข่าวเรื่องที่กระทรวง
สาธารณสุข ปลดล็อก ให้ปลูกกัญชาอย่างถูกกฎหมายได้บ้านละ 6 ต้น โดย
ร้อยละ 52.3 ระบุว่ายังไม่ทราบรายละเอียดเรื่องการปลูก
รองลงมาร้อยละ 30.4
ระบุว่าต้องมีการรวมตัวเป็นวิสาหกิจชุมชนก่อนจึงขออนุญาตปลูกได้ และร้อยละ 17.3
เข้าใจว่าสามารถปลูกได้เลยอย่างเสรีบ้านละ 6 ต้น ขณะที่ร้อยละ 35.5 ระบุว่า
ยังไม่ทราบข่าว
 
                 ส่วนความเห็นต่อการอนุญาตให้ปลูกกัญชาได้ครัวเรือนละ 6 ต้น
ว่าเหมาะสมเพียงพอหรือไม่ ต่อการสร้างรายได้ให้เกษตรกรและนําไปสู่การ
ขับเคลื่อนเศรษฐกิจนั้น ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 53.3 ระบุว่าไม่เหมาะสม
เพียงพอ
ขณะที่ร้อยละ 46.7 ระบุว่าเหมาะสมเพียงพอแล้ว
 
                 ทั้งนี้หากภาครัฐต้องการผลักดันกัญชาให้เป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ ควรส่งเสริมและสนับสนุน
ในเรื่องใด พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 71.3 ระบุว่าควรให้ความรู้กับผู้ที่ต้องการปลูกและหาตลาดรองรับ

รองลงมาร้อยละ 47.5 ระบุว่าควรปรับเกณฑ์/เงื่อนไขต่างๆ ให้ผู้ที่สนใจเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และร้อยละ 44.7 ระบุว่า ควร
สนับสนุนผู้ประกอบการที่สนใจผลิตสินค้าแปรรูปจากกัญชา
 
                 สำหรับสิ่งที่ประชาชนกังวลมากที่สุดจากการอนุญาตให้ทุกครัวเรือนมีสิทธิปลูกได้บ้านละ 6 ต้น คือ
หากควบคุมไม่ดีอาจมีการลักลอบนําไปเสพ จําหน่ายเป็นสารเสพติด ร้อยละ 44.7
รองลงมาคือ ผู้ที่ไม่รู้หลักเกณฑ์
ในการปลูกอาจทําผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว ร้อยละ 17.2 และอาจทําให้มีคนหันมาเสพกัญชามากขึ้น ร้อยละ 16.2
 
                 เมื่อถามว่า ท่านคิดว่าจะกินอาหาร และเครื่องดื่ม เมนูกัญชา หรือไม่ ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 50.8
ระบุว่าจะกิน โดยให้เหตุผลว่า เป็นสมุนไพรมีสรรพคุณเป็นยา ร้อยละ 52.5
รองลงมาคือ อยากลอง ร้อยละ 21.1 และ
เคยกินมาแล้วทําให้อาหารอร่อยขึ้น ร้อยละ 18.0 ขณะที่ร้อยละ 49.2 ระบุว่า จะไม่กิน โดยให้เหตุผลว่า ติดภาพว่าเป็น
ยาเสพติด ร้อยละ 54.9 รองลงมาคือ ไม่ชอบลองของใหม่/ของแปลก ร้อยละ 30.1 และมีโรคประจําตัว ร้อยละ 10.0
 
 
                  โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
 
             1. ทราบข่าวเรื่องที่กระทรวงสาธารณสุข ปลดล็อก ให้ปลูกกัญชาอย่างถูกกฎหมายได้บ้านละ 6 ต้น
                  หรือไม่อย่างไร


 
ร้อยละ
ทราบ
โดยระบุว่า.......    
ยังไม่ทราบรายละเอียดเรื่องการปลูก ร้อยละ 52.3
ทราบว่าต้องมีการรวมตัวเป็นวิสาหกิจชุมชนก่อน
จึงขออนุญาตปลูกได้
ร้อยละ 30.4
คิดว่าสามารถปลูกได้เลยอย่างเสรีบ้านละ 6 ต้น ร้อยละ 17.3
64.5
ไม่ทราบ
35.5
 
 
             2. การอนุญาตให้ปลูกกัญชาได้ครัวเรือนละ 6 ต้น เหมาะสมเพียงพอหรือไม่ ต่อการสร้างรายได้
                  ให้เกษตรกรและนําไปสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ


 
ร้อยละ
คิดว่าไม่เหมาะสมเพียงพอ
53.3
คิดว่าเหมาะสมเพียงพอ
46.7
 
 
             3. หากภาครัฐต้องการผลักดันกัญชาให้เป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ ควรส่งเสริมและสนับสนุนในเรื่องใด
                  (เลือกตอบได้มากกว่า 1ข้อ)


 
ร้อยละ
ให้ความรู้กับผู้ที่ต้องการปลูกและหาตลาดรองรับ
71.3
ปรับเกณฑ์/เงื่อนไขต่างๆ ให้ผู้ที่สนใจเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
47.5
สนับสนุนผู้ประกอบการที่สนใจผลิตสินค้าแปรรูปจากกัญชา
44.7
การคิดค้นสูตรอาหารเมนูกัญชาเผยแพร่
35.4
สร้างค่านิยม /ภาพลักษณ์ใหม่ ให้กัญชา
32.2
 
 
             4. สิ่งที่กังวลมากที่สุดจากการอนุญาตให้ทุกครัวเรือนมีสิทธิปลูกได้บ้านละ 6 ต้น                  

 
ร้อยละ
หากควบคุมไม่ดีอาจมีการลักลอบนําไปเสพ จําหน่ายเป็นสารเสพติด
44.7
ผู้ที่ไม่รู้หลักเกณฑ์ในการปลูกอาจทําผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว
17.2
อาจทําให้มีคนหันมาเสพกัญชามากขึ้น
16.2
หากทานอาหารเมนูกัญชาเยอะเกินไปจะส่งผลต่อการควบคุมสติ
13.2
อาจปลูกได้เพียงบางกลุ่ม ที่ตรงตามหลักเกณฑ์เท่านั้น
8.7
 
 
             5. คิดว่าจะกินอาหาร และเครื่องดื่ม เมนูกัญชา หรือไม่

 
ร้อยละ
กิน
เพราะ....    
เป็นสมุนไพรมีสรรพคุณเป็นยา ร้อยละ 52.5
อยากลอง ร้อยละ 21.1
เคยกินแล้ว ทําให้อาหารอร่อยขึ้น ร้อยละ 18.0
สนับสนุนสินค้าจากเกษตรกร ร้อยละ 8.4
50.8
ไม่กิน
เพราะ....    
ติดภาพเป็นยาเสพติด ร้อยละ 54.9
ไม่ชอบลองของใหม่/ของแปลก ร้อยละ 30.1
มีโรคประจําตัว ร้อยละ 10.0
ไม่มั่นใจในความปลอดภัย และยังไม่ทราบ
ข้อดีข้อเสียเพียงพอ
ร้อยละ 5.0
49.2
 
 
รายละเอียดการสำรวจ
วัตถุประสงค์การสำรวจ:
                  เพื่อสอบถามความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการที่กระทรวงสาธารณสุข ปลดล็อก ให้ปลูกกัญชา
อย่างถูกกฎหมายได้ครัวเรือนละ 6 ต้น ในประเด็นต่างๆ เพื่อสะท้อนมุมมองความคิดเห็นของประชาชนให้สังคม
และผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ
 
ประชากรที่สนใจศึกษา:
                  การสำรวจใช้การสุ่มตัวอย่างจากประชาชนทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป โดยการสุ่ม
สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์จากฐานข้อมูลของกรุงเทพโพลล์ ด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple Random Sampling)
แล้วใช้วิธีการถ่วงน้ำหนักด้วยข้อมูลประชากรศาสตร์จากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของกรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย
 
ความคลาดเคลื่อน (Margin of Error):
                  ในการประมาณการขนาดตัวอย่างมีขอบเขตของความคลาดเคลื่อน  3% ที่ระดับความเชื่อมั่น 95%
 
วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล:
                  ใช้การสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ (Enumeration by telephone) โดยเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล
เป็นแบบสอบถามที่มีโครงสร้างแน่นอน ประกอบด้วยข้อคำถามแบบเลือกตอบ (Check List Nominal) จากนั้น
ได้นำแบบสอบถามทุกชุดมาตรวจสอบความถูกต้องสมบูรณ์ก่อนบันทึกข้อมูลและประมวลผล
 
ระยะเวลาในการเก็บข้อมูล:  : 16 - 18 มีนาคม 2564
 
วันที่เผยแพร่ผลสำรวจ: 20 มีนาคม 2564
 
สรุปข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มตัวอย่าง:
ตารางข้อมูลประชากรศาสตร์
 
จำนวน
ร้อยละ
เพศ:
   
             ชาย
605
51.7
             หญิง
566
48.3
รวม
1,171
100.0
อายุ:
 
 
             18 – 30 ปี
99
8.5
             31 – 40 ปี
133
11.4
             41 – 50 ปี
305
26.0
             51 – 60 ปี
342
29.2
             61 ปีขึ้นไป
292
24.9
รวม
1,171
100.0
การศึกษา:
 
 
             ต่ำกว่าปริญญาตรี
684
58.4
             ปริญญาตรี
364
31.1
             สูงกว่าปริญญาตรี
123
10.5
รวม
1,171
100.0
อาชีพ:
   
             ลูกจ้างรัฐบาล
133
11.3
             ลูกจ้างเอกชน
235
20.1
             ค้าขาย/ ทำงานส่วนตัว/ เกษตรกร
452
38.6
             เจ้าของกิจการ/ นายจ้าง
68
5.8
             ทำงานให้ครอบครัว
2
0.2
             พ่อบ้าน / แม่บ้าน / เกษียณอาย
235
20.1
             นักเรียน/ นักศึกษา
20
1.7
             ว่างงาน
26
2.2
รวม
1,171
100.0
 
ติดตามกรุงเทพโพลล์ผ่าน twitter ได้ที่  twitter bangkokpoll
Download PDF file:  
 
ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์)    โทร. 02-407-3888 ต่อ 2897,2898